น้ำหอมกับสมอง

ทุกคนย่อมเกิดความรู้สึกเมื่อดมกลิ่นน้ำหอม แน่นอนว่ากลิ่นนั้นย่อมส่งผลต่ออารมณ์และจิตใจเป็นอย่างมาก ทำให้หน่วยความจำกลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง ราวกับว่าจมูกคืออวัยวะที่ถูกสร้างมาจากความวุ่นวายให้มุนษย์ได้กลิ่นหลากหลายบนโลกแต่ในทางกลับกับจมูกก็มีความลึกซึ้งด้วยกลิ่นหอมอย่างน่าประหลาดใจ

หลายคนพยายามจะอธิบายความสัมพันธ์ระหว่างน้ำหอมและหน่วยความทรงจำ ผู้เชี่ยวชาญน้ำหอมได้ให้คำนิยามไว้ว่าในสมองส่วนลึกของคนเรามีจำนวนกลิ่นที่บันทึกไว้เป็นพันๆกลิ่นและมันจะเชื่่อมโยงระหว่างความทรงจำความรู้สึกอย่างไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้เมื่อคุณได้ดมกลิ่นน้ำหอมและตกอยู่ในสถานการณ์ ความคิดถึง หรือเหตุการณ์ที่ต้องห่างไกล เป็นต้น

ในความเป็นจริงแล้วทุกๆคนล้วนต้องการความงามในทัศนศิลป์และธรรมชาติเพื่อขัดเกลาจิตใจช่วยให้ตัวของเราดูดีขึ้น ซึ่งน้ำหอมก็ถือเป็นหนึ่งในความงามของธรรมชาติที่ผสานรวมกันอย่างลงตัวให้คุณดื่มด่ำไปกับความทรงจำอันหอมหวานพร้อมกับหลงใหลอยู่ในห้วงของจินตนาการอันนิรันดร์ โดยใช้จมูกเป็นสื่อกลางในการทำความเข้าใจกลิ่นซึ่งคุณจะต้องกลิ่นน้ำหอมทั้งทางจิตใจและทางด้านอารมณ์ของศิลปะไปพร้อมๆกัน

ความซับซ้อนของน้ำหอม

ในเรื่องของน้ำหอมนอกจากการเลือกกลิ่นน้ำหอมตามบุคลิกภาพแล้ว การเลือกน้ำหอมตามช่วงของวัยก็เป็นเรื่องสำคัญของนักปรุงน้ำหอมที่ไม่ได้มองข้ามไปแม้แต่น้อย

หากคุณลองสังเกตุดูน้ำหอมที่มีราคาไม่แพงนัก ซึ่งมักขายตามร้านสะดวกซื้อนั้นแนวโน้มของกลิ่นจะมีความหอมมากกว่าน้ำหอมที่ขึ้นห้าง นั่นก็เป็นเพราะว่าเป็นไปตามกลยุทธ์ของการตลาดเนื่องจากต้องการขายให้กับกลุ่มเปล่าหมายที่มีอายุน้อยหรือวัยรุ่น

กลิ่นน้ำหอมจึงค่อนข้างจะออกไปทางสดชื่น สดใส แต่นั่นก็จะทำให้กลิ่นจางไวเพราะน้ำหอมทีมีแค่ตัวโน๊ตเดียวเท่านั้น ส่วนน้ำหอมที่มีราคาแพงก็จะมีแนวโน้มเป็นกลิ่นซับซ้อนมากขึ้น

ซึ่งจะรวมเอาชั้นน้ำหอมหลายชั้นมาผสมกันและไต่ระดับความหอมขึ้นไป จึงทำให้น้ำหอมมีกลิ่นโน๊ตทั้ง 3 ตามช่วงเวลา ดังนั้นกลิ่นแรกที่คุณจะได้กลิ่นทันทีจะเป็นกลิ่นที่หอมที่สุด

จากนั้นตัวโน๊ตจะเริ่มเป็นและกลายเป็นกลิ่นที่แท้จริง นั่นจึงเป็นเหตุผลที่เมื่อคุณทดสอบคุณภาพของน้ำหอมคุณควรรอถึงสองสามชั่วโมงในการพิจารณากลิ่นน้ำหอม

เพราะตัวโน๊ตในแต่ละช่วงจะมีความแตกต่างถ้าจะเลือกกลิ่นเพราะการดมครั้งแรกแล้วหอมนั่นอาจจะเป็นข้อผิดพลาดที่ทำให้คุณมองหาน้ำหอมขวดใหม่ได้เร็วขึ้นก็เป็นได้

สุดท้ายแล้วการซื้อน้ำหอมที่มีราคาไม่แพงนักคุณจำเป็นต้องแน่ใจว่ากลิ่นที่เลือกเป็นกลิ่นที่เหมาะกับคุณ เนื่องจากไม่มีความซับซ้อนและกลิ่นจางไว คุณจึงต้องฉีดเน้นย้ำอย่างสม่ำเสมอเพื่อให้กลิ่นยังคงอยู่

ฉีดน้ำหอมอย่างไรให้ติดทน?

ถ้าคนไม่เคยสังเกตว่า มีด้วยหรอ วิธีฉีดน้ำหอมให้ติดทนนานกว่าปกติ เพราะปกติฉีดเสร็จ เราก็ไม่ค่อยมาสนใจหรอก ว่าเจ้าน้ำหอมเนี้ย มันจะหมดกลิ่นไปตอนไหน แค่รู้ว่าฉีดช่วงแรกๆ ก็หอมดี แต่พอช่วงเย็นๆ ก็ไม่ค่อยได้กลิ่นแล้ว

หลายคนฉีดน้ำหอมไปแล้วกลิ่นไม่ทน 3-4 ชั่วโมงกลิ่นก็จางหายไปอย่างรวดเร็ว เป็นคำถามคาใจหลายๆคน งั้นเอามาลองเปลี่ยนการฉีดๆลงเสื้อธรรมดาเป็นการฉีดน้ำหอมแบบมีทริค 5 วิธีกัน

1.หลังใบหูทั้งสองข้าง

เรียกว่าเป็นบริเวณยอดฮิตของสาวๆส่วนใหญ่ที่นิยมกันฉีด เพราะบริเวณนี้ติดทนนาน และเมื่อเวลาเดินผ่านคนอื่นจะได้กลิ่นของน้ำหอมจากบริเวณนี้อย่างชัดเจน.

2.ข้อพับแขน

เพราะว่าบริเวณนี้เป็นช่วงที่ต้องเคลื่อนไหวอยู่ตลอดเวลา ทุกๆที่สาวๆเคลื่อนไหว กลิ่นของน้ำหอมก็จะฟุ้งออกมาตามแรงเหวี่ยงของแขนที่ขยับ

3.เส้นผม

นำหวรมาฉีดน้ำหอมลงไป จากนั้นแปรงให้ทั่วศรีษะเพียงเท่านี้สะบัดกี่ครั้งก็จะได้กลิ่นของน้ำหอมทั้งวัน

4.ฉีดแล้วเดินผ่าน

วิธีนี้อาจจะทำให้สาวๆเปลืองน้ำหอมไปหน่อย แต่เป็นสิ่งที่จำเป็นเพราะสาวๆฉีดน้ำหอมแล้วเดินผ่านละอองเหล่านั้นจะทำให้ติดไปทั้งร่ายกาย จะดมตรงไหนก็หอมไปหมด

5.ทาโลชั่นก่อน

กาทาโลชั่นก่อนที่ฉีดน้ำหอมลงบนผิว เป็นวิธีการหนึ่งที่ทำให้น้ำหอมของผู้หญิง ติดทนานรู้แบบนี้แล้วอย่าลืมไปทำตามวิธีทั้ง 4 ข้อเพื่อให้น้ำหอมผิวให้นานทั้งวันนะคะ

ที่มา : https://www.ceresathailand.com/

ฉีดน้ำหอมแบบมือโปร

คุณทราบหรือไม่ว่า? การฉีดน้ำหอมที่ถูกต้องจะต้องขึ้นอยู่กับสภาพแวดล้อมที่ฉีดและการแต่งตัวด้วย

หลายคนอาจจะมองว่าการฉีดน้ำหอมเป็นเรื่องง่าย แต่จริงๆ แล้วการใส่น้ำหอมที่ดีจะต้องอาศัยทักษะและความกลมกลืนของกลิ่น

กฎข้อแรก : อย่าพ่นน้ำหอมอย่างเดียว

การฉีดน้ำหอมบนข้อมือของคุณเล็กๆ น้อยๆ และกดเข้าด้วยกันก่อนที่จะแตะที่คอเป็นเรื่องที่ผิด ความร้อนของแรงเสียดสีที่เกิดจากการถูข้อมือจะทำให้ผิวผลิตเอนไซม์ธรรมชาติขึ้นมาซึ่งจะทำให้กลิ่นเปลี่ยนไป เพื่อรักษาความสมบูรณ์ของกลิ่นแล้วคุณควรจะขยี้ข้อมือให้เบาลงและปล่อยให้น้ำหอมจมอยู่ในผิวและไม่ต้องถูเลยดีกว่าเพื่อให้กลิ่นคงทน

กฎข้อสอง : สิ่งแวดล้อมคือกุญแจสำคัญ

เมื่อพูดถึงการจัดเก็บน้ำหอมก็เปรียบเสมือนน้ำหอมเป็นสิ่งมีชีวิต และสิ่งที่คุณควรรู้ไว้ก็คือ “น้ำหอมไม่ชอบความร้อน” เพราะจะทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงอุณหภูมิและเกิดปรฏิกิริยาทางเคมีที่ไม่คาดคิดภายในขวด ทำให้อายุของน้ำหอมหมดเร็วขึ้น

กฎข้อสาม : น้ำหอมที่ดีควรมีแพคเกจไม่ใหญ่มาก

น้ำหอมควรอยู่ในแพคเกจไม่ใหญ่มากจนเกินไปเพราะน้ำหอมมีอายุการใช้งานไม่นานนัก และหากขวดคุณมีขนาดใหญ่เมื่อนานเข้าใช้น้ำหอมเกินครึ่งขวดแล้วจะทำให้เกิดออกซิเจนในขวดได้ ซึ่งนั่นก็เป็นอีกหนึ่งสาเหตุที่ทำให้น้ำหอมมมีกลิ่นที่เปลี่ยนไป

กฎข้อสี่ : ควรบำรุงผิวก่อนใช้น้ำหอม

กฎสามัญทั่วไปน้ำหอมไม่สามารถคงทนได้นานในสภาพผิวที่แห้ง ผู้เชี่ยวชาญทางด้านน้ำหอมจึงแนะนำให้บำรุงด้วยโลชั่นหรือทาครีมให้ให้ความชุ่มชื้นเพื่อป้องกันการแทรกซึมของกลิ่น