Cloud Computing อีกหนึ่งรูปแบบบริการคลาวน์ที่คุณต้องรู้

เดี๋ยวนี้พวกเราสามารถเข้าถึงคลังข้อมูลได้ทุกแห่งทั่วทั้งโลก ทำให้ประเทศต่างๆ เร่งพัฒนาระบบ Public Cloud เพื่อให้ตอบโจทย์ในเรื่องการอำนวยความสะดวก รวดเร็วในการเข้าถึงข้อมูล Public Cloud หรือ คลังข้อมูลสาธารณะที่ใครก็สามารถเข้าถึงได้ บอกเลยว่าใครที่ยังไม่รู้จักกับ Public Cloud ถือว่าคุณพลาดกับอะไรหลายๆสิ่ง

Public Cloud  คลังข้อมูลสาธารณะใครก็เข้าถึงได้ ในต่างประเทศ เปิดให้ธนาคารใช้ระบบ  Public Cloud  ในการใช้จ่ายผ่านคลังข้อมูล   Public Cloud ที่เป็นระบบสาธารณะและเข้าถึงได้ทุกคนที่ใช้บริการกับธนาคารนั้นๆ มันทำให้เห็นว่า  Public Cloud มีประโยชน์ในแง่ของการทำ ธุรกรรมทางการเงินอย่างโปร่งใส โดยที่ลูกค้าหรือผู้ใช้บริการทุกคน สามารถเข้า  Public Cloud เพื่อดูการเดินบัญชีหรือเงินของตนเองได้อย่าเปิดเผย โดยทุกขั้นตอนจะถูกบันทึกไว้ในระบบ  Public Cloud ทั้งนี้ทำให้แก้ปัญหาเกี่ยวกับการยัดยอกเงินหรือช่อโกงได้ และนี่ก็เป็นแค่เพียงเริ่มต้นเท่านั้น ในวันข้างหน้าระบบ  Public Cloud จะสามารถทำได้มากกว่านี้ เพราะว่าเป็นคลังข้อมูลสาธารณะใครก็เข้าถึงได้ง่ายๆ ผ่านทางสมาร์ทโฟน (smart phone) ที่รองรับ เทคโนโลยีนี้  และรับรองว่า Public Cloud จะถูกพัฒนาต่อไปให้ดีขึ้นและสะดวกมากขึ้นได้ในอนาคต

ถึงแม้ว่าระบบ  Public Cloud จะมีประโยชน์มากแค่ไหนก็ตาม แต่ว่าผู้ใช้บริการก็ยังคงรู้สึกไม่มั่นใจในความปลอดภัยของข้อมูลอยู่ดี  นี่ก็เป็นข้อด้อยที่ชี้ให้เห็นถึงความไม่มั่นใจในระบบ  Public Cloud แต่ถึงแม้ว่าเป็นเช่นนั้น หากเราพูดถึงความน่าสนใจก็ต้องติดตามพัฒนาการของ  Public Cloud ต่อไปในอนาคตว่าจะพัฒนาไปทางด้านใด

Public Cloud.png

Cloud training by Nipa Technology

จากบทความ รู้จักคลาวด์ คลังเก็บข้อมูลช่วยคุณเดินหน้าธุรกิจ ก่อนหน้านี้ ทำให้หลายท่านเริ่มเข้าใจแล้วว่า Cloud (คลาวด์) มีหน้าที่ทำอะไร? แต่นั่นแหละคำถามที่ตามมาก็คือ แล้วระบบ คลาวด์ ตัวนี้สามารถศึกษาได้จากที่ไหนบ้าง วันนี้เราจึงมีสิ่งดีดีที่อยากจะนำมาฝากทุกท่าน Cloud training by Nipa Technology เปิดประสบการณ์ใหม่ไปกับเราได้ที่นี่ครับ


Cloud training by Nipa Technology ด้วยประสบการณ์ที่สั่งสมมานาน มากกว่า 5 ปี ทำให้เรากลายเป็นผู้เชี่ยวชาญในเรื่องของ Cloud (คลาวด์) และได้เปิด คอร์สการเรียนการสอน Cloud training by Nipa Technology ขึ้นมา เพื่อตอบโจทย์ให้กับกลุ่มคนรุ่นใหม่ไฟแรงที่อยากเรียนรู้จาก ผู้เชียวชาญที่มีประสบการณ์การทำงานจริง มาแชร์เรื่องราวเกี่ยวกับระบบ Cloud (คลาวด์) ที่มีคุณภาพและถูกอัดแน่นไปด้วยความรู้ทางด้าน Cloud (คลาวด์) โดยคอร์สที่บริษัทเปิดนั้นคือ Cloud training by Nipa Technology การันตีด้วยผลตอบรับที่มีผู้คนให้ความสนใจ มากถึง 15,000 คน รวมไปถึงความสนใจจากบริษัทแนวหน้าของประเทศไทย ที่เข้าร่วมในงานสัมมนา Cloud training by Nipa Technology มากถึง 100บริษัท นั่นแสดงให้เห็นว่า ในอีกไม่กี่ 10 ปีข้างหน้า Cloud training by Nipa Technology จะช่วยตอบโจทย์การทำธุรกิจ ไม่ว่าจะเป็นตั้งแต่ ธุรกิจ StartUp, ธุรกิจSME หรือแม้กระทั่ง Agency จากองค์กรชั้นนำระดับโลก ต้องเข้าใจในการทำงานของระบบ Cloud (คลาวด์) อย่างลึกซึ้ง เพื่อเป็นการลดต้นทุนในการใช้จ่ายที่ไม่จำเป็นและดึงเอาประสิทธิ์ภาพของระบบ Cloud (คลาวด์) ให้ออกมาใช้งานได้มากที่สุดกับเงินที่ลงทุนไปนั่นเอง


ดังนั้น คอร์สการเรียนการสอน Cloud training by Nipa Technology จึงเป็นจุดประกายเล็กๆและทำให้ท่านเข้าใจในระบบ Cloud (คลาวด์) อย่างแท้จริง เผยสิ่งทีคุณไม่เคยรู้มาก่อน พร้อมทั้งมาแชร์ปัญหาต่างๆที่เกิดขึ้นกับระบบของท่านให้เราได้แล้ววันนี้ Cloud training by Nipa Technology เข้าใจธุรกิจเข้าใจคลาวด์

 

Cloud Computing เทคโนโลยีสมัยใหม่แห่งอนาคต

Cloud คือเทคโนโลยีที่เริ่มต้นมาจากการทำ Virtualization ซึ่งถูกพัฒนาขึ้นจนให้ผู้ใช้งานสามารถให้บริการตัวเองได้ บริการคลาวด์ไม่ใช่เพียงแค่พื้นที่ฝากไฟล์ไว้บนอินเทอร์เน็ต แต่ครอบคลุมถึงการให้ใช้กำลังในการประมวลผล หน่วยความจำ และพื้นที่การจัดเก็บข้อมูล คลาวด์ช่วยลดต้นทุน ประหยัดเวลา และยังเพิ่มพื้นที่ในการจัดเก็บข้อมูลได้มากขึ้น โดยมีบริการคลาวน์ 3 รูปแบบใหญ่ๆ ดังนี้

1.Software as a Service (SaaS) เป็นการให้บริการคลาวด์ด้านซอฟต์แวร์หรือแอพพลิเคชั่น ผ่านทางอินเทอร์เน็ต ช่วยทำให้ประหยัดค่าใช้จ่าย ไม่ต้องเสียเงินจ้างทำระบบคอมพิวเตอร์ สามารถใช้ได้ทุกพื้นที่ไม่จำกัด ยกตัวอย่างที่เห็นได้ชัดที่เราใช้เป็นประจำ เช่น Gmail Google Docs หรือ Google app โดยการใช้งานไม่จำเป็นต้องติดตั้งซอฟต์แวร์ลงบนเครื่อง สามารถใช้งานผ่าน Cloud ได้เลย สามารถทำที่ไหนหรือใช้คอมพิวเตอร์เครื่องไหนก็ได้ หรือสามารถแชร์งานกับเพื่อนๆ ได้

2.Platform as a Service (PaaS) การให้บริการด้าน Platform การบริการจะมีการเตรียมข้อมูลเพื่อพัฒนา Software และ Application เอาไว้ให้เรียบร้อย สามารถไปใช้ได้เลย ช่วยลดต้นทุนและประหยัดเวลาที่ใช้ในการพัฒนาซอฟท์แวร์ เช่น Google App Engine, Web Application, Snapchat เป็นต้น

3.Infrastructure as a Service (IaaS) การให้บริการโครงสร้างพื้นฐานด้านไอที ( Infrastructure) และระบบการจัดเก็บข้อมูลขององค์กร (Storage) เพื่อรองรับการใช้งาน Software และ Application เช่น บริการ Cloud storage อย่าง DropBox ซึ่งให้บริการพื้นที่เก็บข้อมูล

ดังนั้นในปัจจุบันผู้คนจึงนิยมเก็บข้อมูลไว้บนคลาวด์อย่างแพร่หลาย ระบบคลาวด์ถูกออกแบบมาให้รองรับการขยายตัวของระบบได้ง่าย เพื่อรองรับปริมาณและความต้องการของผู้รับบริการคลาวด์ ด้วยความสะดวกรวดเร็ว และสามารถเก็บข้อมูลได้เป็นจำนวนมาก เราสามารถเข้าถึงข้อมูลได้ทุกที่ทุกเวลาทุกอุปกรณ์ผ่านเครือข่ายอินเทอร์เน็ต หมดกังวลเรื่องข้อมูลจะหาย นอกจากนี้ยังประหยัดค่าใช้จ่ายไม่จำเป็นต้องซื้อแฟลชไดร์ฟหรือ Memory Card ที่สำคัญปลอดภัยจากไวรัสแน่นอน

เราควรเลือกผู้ให้บริการ Cloud Computing อย่างไร

ปัจจุบันเรามีผู้ให้บริการ Data Center หรือ Software จำนวนมากที่พยายามบอกว่าตัวเองเป็นผู้ให้บริการ IaaS หรือ SaaS ผู้ให้บรืการ Data Center บางรายก็อาจทำแค่ Virtualization ผู้ให้บริการ Software บางรายก็อาจเป็นแค่ Web Application ที่โฮสต์อยู่บน Server ตัวเองไม่สามารถขยายได้โดยง่ายและไม่เสถียร

การจะเลือกผู้ให้บริการ Cloud Computing จึงจำเป็นต้องศึกษาข้อมูลต่างๆให้ดีโดยอาจต้องดูข้อมูลต่างๆเช่น

ข้อมูลด้าน Data Center จำนวน Server ที่ใช้
Technology ด้่าน Cloud Computing ที่ใช้
ลูกค้่าที่ใช้อยู่ในปัจจุบัน
การรับประกันเรื่อง Reliability/Uptime
มาตรฐานด้านความปลอดภัยและด้านอื่นๆของผู้ให้บริการ
ข้อตกลงการใช้บริการ
ความน่าเชื่อถือและมั่นคงของผู้ให้บริการ
ประเด็นสำคัญในการเลือกใช้บริการ Cloud จึงอยู่ที่มีข้อตกลงการใช้บริการ (SLA: Service Level Agreement) ทีดี ประเด็นนี้เราต้องรอบคอบและควรศึกษาให้ละเอียด เพื่อจะได้ดูว่าผู้บริการรับรองการบริการเพียงใด หากมีข้อเสียหายจะรับผิดชอบเพียงใด

ประเด็นหนึ่งเรื่องผู้ให้บริการ IaaS Public Cloud หลายคนจะเห็นว่าราคาของผู้บริการต่างประเทศจะราคาถูกกว่าของผู้ให้บริการในประเทศ ข้อนี้จริงอยู่เพราะระบบของผู้ให้บริการต่างประเทศมีขนาดใหญ่ มีความสมบูรณ์และบริการที่หลากหลายกว่า มีลูกค้าจำนวนมากกว่า แต่ก็จะติดเรื่องของการ Support และการบริการที่ถ้าเราใช้บริการจากผู้ให้บริการในประเทศ เราอาจได้บริการที่เข้าถึงได้ง่ายกว่า

บทสรุปเราจะใช้บริการรายใดก็ขึ้นอยู่กับการพิจารณาของเราเองอยู่ที่ความพร้อมด้านบุคลากรของเรา งบประมาณ และประเภทของการบริการ