4 ข้อดีเปิดร้านในไลน์ของ Line Shop

ณ ปัจจุบันนี้เราปฏิเสธไม่ได้เลย ว่าแทบจะไม่มีใครไม่รู้จัก แอปพลิเคชัน Line เลย เพราะนอกจากจะเป็นแชทยอดฮิต ยังมีนักธุรกิจหลายเจ้าเข้ามาบุกทำการตลาดออนไลน์บน Line กันอย่างมาก

ในช่วงที่ผ่านมาแอปพลิเคชัน Line มีการพัฒนาบริการใหม่ๆเพิ่มขึ้นมาอย่างต่อเนื่อง และล่าสุดกับ Line Shop ศูนย์รวมร้านค้าแห่งใหม่บนโลกออนไลน์ แน่นอนว่าทั้งแบรนด์ดัง ๆ ดารา หรือ แม้แต่เซเลบเองก็หันมาเปิดร้านในไลน์กันมากขึ้น

หลายคนคงสงสัยว่า Line Shop นั้นดียังไง ? ซึ่งวันนี้เราจะมาพูดถึงเรื่องนี้กัน เพื่อให้เหล่าพ่อค้าแม่ค้าออนไลน์ได้หายข้องใจว่าทำไมใคร ๆก็หันมาเปิดร้านในไลน์เพิ่มขึ้น

ซึ่งความจริงแล้วข้อดีของ Line Shop นั้นมีมากมายแต่ในวันนี้เราจะขอยกข้อเด่น ๆ มา 4 ข้อ มาดูกันว่ามีข้อดีอะไรบ้าง

  1. เปิดให้บริการฟรีไม่เสียค่าใช้จ่าย

คุณสามารถใช้บริการ Line Shop ได้ฟรี ๆ ไม่ว่าคุณจะอยู่ในสถานะผู้ซื้อ หรือ ผู้ขาย ซึ่งประเภทสินค้าก็มีให้เลือกหลายหลายเช่นกัน และผู้ขายจะต้องไม่ขายสินค้าที่ผิดกฎของทาง Line Shop มิเช่นนั้นบัญชีอาจโดนแบนได้ทันที

  1. ระบบการซื้อขายสะดวกขึ้น

เป็นแอปพลิเคชันที่มี ระบบแชท ที่สะดวกมากทั้งผู้ซื้อและผู้ขาย เพราะร้านค้าใน Line Shop จะต้องผูกบัญชีลิงก์ไว้กับ Line ดังนั้นลูกค้าสามารถติดต่อเจ้าของร้านได้โดยตรง ระบบต่อมาคือ ระบบหลังบ้าน ที่ให้ลูกค้าสั่งซื้อสินค้าได้สะดวกมากขึ้น สามารถกดสั่งได้ทันที แถมไม่ต้องพิมพ์ที่อยู่หลายครั้งหากลูกค้าสั่งสินค้าร้านเดิม และยังตรวจสอบประวัติการสั่งซื้อย้อนหลังได้ ส่วนฝั่งร้านค้าสามารถสร้างใบสั่งซื้อส่งกลับไปได้ทันที ซึ่งเหล่าพ่อค้าแม้ค้าสามารถตรวจสอบออเดอร์ได้ตลอดเวลาทำให้หมดกังวลเรื่องการตอบข้อความตกหล่นไปได้เลย

  1. กิจกรรมและโปรโมชันใน Line Shop

หากผู้ขายกลัวว่าลูกค้าไม่เห็นโปรโมชันที่ทาง Line Shop โปรโมทให้ ผู้ขายสามารถโพสข้อความโปรโมทโปรโมชันบน Line Shop ไทม์ไลน์ได้เอง ที่สำคัญสามารถส่งโปรโมชันไปยังกลุ่มลูกค้าที่ติดตามร้านค้าได้

4.ร้านค้ามีความน่าเชื่อถือและปลอดภัย

ในปัจจุบันมีข่าวเตือนภัยการซื้อ-ขาย บนโลกออนไลน์ให้เห็นอยู่บ่อยครั้ง ทำให้บางร้านถูกลดความน่าเชื่อลงไปเพราะไม่มีใครมาการันตี ซึ่งร้านค้าใน Line Shop ก็มีอยู่ 2 ประเภท คือร้านค้าธรรมดากับร้านค้าที่ผ่านการยืนยันตัวตนกับ Line ซึ่งร้านค้าแบบหลังจะมี Sally Grade ให้ เป็นการเพิ่มความน่าเชื่อถือให้ร้านและเพิ่มความมั่นใจให้ลูกค้าได้อัตโนมัติ

ข้อดีเหล่านี้ทำให้ Line Shop เป็นช่องทางที่น่าสนใจสำหรับเหล่าพ่อค้าแม่ค้าออนไลน์มือโปร ดังนั้นห้ามพลาดเด็ดขาดสำหรับการเปิดร้านในไลน์ที่จะช่วยอำนวยความสะดวกและเพิ่มรายได้ให้คุณมากขึ้น

Internet Data Center สิ่งจำเป็นที่ธุรกิจ และองค์กรต้องให้ความสำคัญ

จริงๆ หลายคนอาจจะรู้อยู่แล้วว่า Internet Data Center เป็นห้องที่ถูกออกแบบมาเพื่อเป็นที่จัดเก็บรักษา Server ไม่ว่าจะเป็น Web Hosting เล็กๆ จนกระทั่ง Super Computer ขององค์กร หรือธุรกิจขนาดใหญ่ ที่มีการใช้ข้อมูลมากๆ เป็นต้น แน่นอนว่าเพื่อให้ธุรกิจของคุณสามารถดำเนินการไปได้อย่างราบรื่น จึงจำเป็นอย่างมากในการเลือกใช้บริการ Internet Data Center ที่ได้มาตรฐาน

เพราะการดำเนินธุรกิจของบริษัท หรือองค์กรทั้งขนาดเล็ก และขนาดใหญ่ในปัจจุบันจะต้องมีการติดต่อสื่อสาร รับ – ส่งข้อมูลกันเป็นจำนวนมาก ยิ่งในกลุ่มธุรกิจที่มีการแข่งขันสูงด้วยแล้ว สิ่งที่จะทำให้ธุรกิจดำเนินไปได้อย่างราบรื่นคือ การรับ – ส่งต่อข้อมูลได้อย่างทันท่วงที เพื่อประสิทธิภาพในการดึงข้อมูลไปใช้ประโยชน์นั่นเอง ซึ่งถ้าคุณเลือก Internet Data Center ที่ได้มาตรฐานแทบไม่ต้องเป็นห่วงเลย เพราะมันถูกออกแบบมาเพื่อมุ่งเน้นที่จะตอบสนองให้ Server สามารถทำงานได้เสถียรที่สุด และในปัจจุบันองค์กร หรือธุรกิจส่วนใหญ่ต่างก็ให้ความสำคัญในเรื่องของ Internet Data Center มากขึ้นด้วยนะคะ

ซึ่ง The Premier Data Center ของ ISPIO ก็เป็นตัวเลือกที่บริษัทชั้นนำต่างตัดสินใจเข้ามาใช้บริการ ก็เพราะเราสามารถตอบสนองความต้องการใช้งานด้านต่างๆ ของลูกค้าได้เป็นอย่างดี เนื่องจากทางเราได้มีการออกแบบและพัฒนาห้อง Internet Data Center ให้ได้มาตรฐานสากลระดับโลก ซึ่งภายใต้ ISPIO ก็ยังมีทีมงานคุณภาพที่คอยดูแล และพัฒนาการบริการให้มีประสิทธิภาพสูงสุด ไม่เพียงแค่นั้น เรายังคำนึงถึงระบบไฟฟ้าหลัก ระบบไฟฟ้าสำรอง ระบบควบคุมอุณหภูมิความเย็น ไปจนถึงระบบรักษาความปลอดภัย เพื่อให้การทำงานของระบบออกมามีประสิทธิภาพมากที่สุดนั่นเอง

หากมีข้อสงสัย หรือสนใจผลิตภัณฑ์สามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ 02-107-8251 ต่อ 413 และสามารถลงทะเบียนรับสิทธิพิเศษต่างๆ จาก ISPIO : Cloud Data Center ได้แล้ววันนี้ที่ https://www.ispio.com/ นะคะ

ทำไม Cloud ถึงมีแนวโน้มเติบโตขึ้นเรื่อยๆ

Cloud ไม่ใช่เทคโนโลยีใหม่ เพราะในปัจจุบันมีคนเริ่มรู้จัก และเข้าใจเรื่องเกี่ยว Cloud Computing กันมากขึ้นแล้ว ยิ่งเดี๋ยวนี้ Cloud เข้าใกล้ตัวเรามากขึ้น ทำให้ Cloud Computing มีแนวโน้มพัฒนา และเติบโตเรื่อยๆ โดยสาเหตุที่เป็นปัจจัยหลักของการทำให้ Cloud เติบโตอย่างทุกวันนี้และมีแนวโน้มจะเติบโตเรื่อยๆ ก็คือ ความเร็ว และระบบของ Internet นั่นเอง

โดยที่ความเร็ว และระบบของ Internet ถูกปรับให้มีความเร็วเพิ่มสูงขึ้น ดีขึ้นเรื่อยๆ และเมื่อก่อนเราต้องมี Server เป็นของตัวเอง เพื่อเข้าถึงฐานข้อมูลได้อย่างรวดเร็ว ซึ่งเราก็สามารถปรับปรุงข้อมูลจากเครื่อข่ายต่างๆ ได้เอง แต่เดี๋ยวนี้ระบบ Internet ก็ได้พัฒนามาไกลมากแล้วจริงๆ จากเมื่อก่อนใช้สายลากต่อตามบ้าน หรือตามบริษัท องค์กร ปัจจุบันก็มีการพัฒนาระบบ Internet ไร้สายที่เราเล่นผ่านสมาร์ทโฟนทุกวันนี้เพิ่มขึ้นมาอีก นั่นทำให้เราสามารถเข้าถึง และจัดการข้อมูลต่างๆ ที่อยู่บนโลกนี้ได้อย่างสบายๆ เมื่อมองกลับมายังปัจจุบันระบบ Cloud  นั้นมันจะสามารถเข้ามาช่วยให้การทำงาน และการเข้าถึงข้อมูลของเราได้เร็วขึ้นแน่นอน เพราะข้อจำกัดต่างๆ ลดลง และการเชื่อมโยงโครงข่าย Internet เข้าถึงกันหมดแล้วนั่นเอง

หากใครมีความสนใจ อยากรู้เรื่อง Cloud Computing แบบละเอียดมากขึ้นทาง Nipa Cloud ได้มีการจัดอบรม Cloud ในหลักสูตร Cloud Computing Fundamentals อยู่นะคะ โดยการอบรม Cloud ครั้งนี้ เรามุ่งเน้นในการพัฒนามุมมองทางธุรกิจ และมีการให้ความรู้ ความเข้าใจพื้นฐานของ Cloud Computing และ OpenStack ด้วยนั่นเอง โดยสามารถเข้าไปดูรายละเอียดของหลักสูตรเพิ่มเติมได้ที่ https://training.nipa.cloud/cc101-2/ เลยนะคะ

QR Code กับงานอีเว้นท์ สามารถใช้ประโยชน์ร่วมกันได้อย่างไร?

QR Code ถือเป็นเครื่องมือที่ครบครัน สะดวก และรวดเร็ว เพราะเพียงแค่สแกนโค้ด ผู้ใช้ก็จะสามารถรับข้อมูลที่ต้องการได้ในเวลาเพียงเสี้ยววินาที อีกทั้งยังสามารถเชื่อมต่อข้อมูลไปยังเว็บบราวเซอร์อื่นๆ บนมือถือได้อีกด้วย ถือว่าเหมาะกับยุคดิจิทัลแบบนี้ ที่ผู้คนต่างดำเนินชีวิตกันด้วยความรวดเร็ว

การหาเทคโนโลยีต่างๆ เพื่อมาเสริมสร้างงานอีเว้นท์ให้โดดเด่น สมบูรณ์แบบ และทันสมัยจึงกลายเป็นเรื่องสำคัญ ยิ่งเราหาอะไรที่สะดวกรวดเร็วมารองรับผู้ร่วมงานได้มากเท่าไร ผู้ร่วมงานก็จะยิ่งประทับใจกับการจัดงานอีเว้นท์ของเรามากขึ้นเท่านั้น แล้วเราจะสามารถนำ QR Code มาประยุกต์ใช้กับงานอีเว้นท์ ตรงส่วนไหน อย่างไรบ้าง?

ลงทะเบียนเข้างาน

การลงทะเบียนแบบเก่าต้องใช้ทั้งกระดาษ ปากกา และยังต้องเสียเวลาต่อแถวเขียนชื่ออีก หากเปลี่ยนเป็นการลงทะเบียนผ่าน QR Code สามารถใช้ได้ทั้งการลงทะเบียนล่วงหน้า หรือการลงทะเบียนหน้างานก็ได้ ซึ่งจะช่วยประหยัดเวลา และทำให้งานดำเนินไปอย่างสะดวกรวดเร็วมากขึ้น

 

ร่วมสนุกกิจกรรม

อาจจะเป็นกิจกรรมตอบคำถาม หรือกิจกรรมชิงโชคเพื่อรับของรางวัลภายในงานก็ได้ ซึ่งการจัดกิจกรรมก็จะช่วยให้งานอีเว้นท์ของเราไม่น่าเบื่อ เป็นการสร้างความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างผู้ร่วมงานกับผู้จัดงาน แถมยังช่วยยืดเวลาให้ผู้ร่วมงานอยู่ที่งานอีเว้นท์ได้นานขึ้นอีกด้วย

 

ชำระเงิน

ใช้จ่ายสินค้าภายในงานอีเว้นท์ผ่านป้าย QR Code เพื่อลดการใช้เงินสด เพิ่มความสะดวกรวดเร็วในการซื้อขายสินค้าให้มากยิ่งขึ้น

 

นอกจาก QR Code จะตอบโจทย์เรื่องความสะดวกสบายภายในงานอีเว้นท์แล้ว ยังสามารถลดค่าใช้จ่าย ลดจำนวนเจ้าหน้าที่ในการควบคุมดูแลงาน และลดจำนวนการใช้ทรัพยากรที่ฟุ่มเฟือยได้อีกด้วย ถือเป็นเรื่องที่น่าสนใจไม่น้อยเลยล่ะ

สร้างงานอีเว้นท์ให้น่าสนใจ ด้วยลูกเล่นสนุกๆ จาก Instagram

มีช่วงหนึ่งที่กระแสการเล่น Instagram ได้จางลงไป แต่เมื่อมีการอัปเดทฟีเจอร์ใหม่ๆ เพิ่มขึ้น ผู้คนก็กลับมาเล่นกันอย่างล้นหลามอีกครั้ง และฟีเจอร์ที่ทำให้คนกลับมาฮิต ติด Instagram กันอีกครั้งก็คือ Instagram Stories เราจะสามารถถ่ายรูปหรือคลิปวิดีโอสั้นๆ ให้เพื่อนๆ ได้เห็นแบบรายวัน และจะถูกลบออกโดยอัตโนมัติภายใน 24 ชั่วโมง ขอบอกเลยว่าการอัปเดทครั้งนี้ มีลูกเล่นข้างในเพียบ ถึงขนาดเล่นเพลินๆ ได้ทั้งวันเลยล่ะค่ะ ทีนี้เราลองมาดูกันว่า เราจะสามารถใช้ฟีเจอร์เหล่านี้ให้เกิดประโยชน์กับงานอีเว้นท์ของเราได้อย่างไรบ้าง

Live Video

เป็นฟีเจอร์ที่เราใช้ถ่ายทอดสถานการณ์แบบสดๆ ในตอนนั้นให้เหล่าผู้ติดตามได้รับชมกัน ทำให้เราสามารถถ่ายทอดบรรยากาศภายในงานอีเว้นท์ และผู้คนที่มาร่วมงานอีเว้นท์ได้แบบเรียลไทม์กันไปเลย ประโยชน์ของฟีเจอร์นี้ นอกจากจะเป็นการสร้างการรับรู้แล้ว ยังอาจทำให้คนอยากมาร่วมงานเพิ่มขึ้นด้วยก็ได้นะคะ

Location, @Mention, #Hashtag

Instagram Stories ไม่ได้มีแค่การถ่ายรูปหรือคลิปวิดีโอเท่านั้น

  • เราสามารถติดแท็ก Location หรือสถานที่จัดงาน เพื่อให้ผู้ติดตามคลิกเข้าไปดูตำแหน่งที่ตั้งของงานอีเว้นท์ใน Map ได้ทันทีโดยที่ไม่ต้องเสียเวลาเสิร์ช
  • สามารถแท็ก @Mention IG account ลงในสตอรี่ได้ด้วย เช่น แท็กบูธที่มาออกงานอีเว้นท์ในวันนั้น เพื่อเป็นการ PR บูธต่างๆ ไปในตัว
  • การติด #Hashtag ก็จะเป็นการเพิ่มช่องทางการเข้าถึงรูปที่ผู้เข้าร่วมงานติดแฮชแท็กเอาไว้ ทำให้คนอื่นๆ สามารถเข้าไปรูปในแฮชแท็กเดียวกันได้

Poll

เป็นลูกเล่นที่จะทำให้ผู้ติดตามได้มีส่วนร่วมในการแสดงความคิดเห็นกับงานอีเว้นท์ของเรา โดยการกำหนดโหวตระหว่าง 2 สิ่งขึ้นมา ซึ่ง Feedback ที่ได้รับจากผู้ร่วมงานอีเว้นท์ก็จะเป็นประโยชน์ต่อการสรุปผล และยังสามารถนำไปปรับใช้กับงานอีเว้นท์ในอนาคตได้อีกด้วย

Ask a question

ฟีเจอร์นี้เป็นการเปิดโอกาสให้เหล่าผู้ติดตามเข้ามาถามคำถามกับเรา หรือเราจะตั้งคำถามให้เหล่าผู้ติดตามส่งคำตอบหรอืความคิดเห็นมาก็ได้ เป็นการแสดงความคิดเห็นกันแบบเรียลไทม์ และยังสามารถเก็บข้อมูลไปในตัวได้ด้วยนะคะ

Emoji Sliders

อีกช่องทางที่จะทำให้ผู้ติดตามได้แสดงความคิดเห็นแบบง่ายๆ และไม่ต้องเสียเวลาก็คือการสร้าง Poll ให้พวกเขาสไลด์ตัวอิโมจิเพื่อแสดงระดับความรู้สึกนั้นๆ ใช้งานง่าย แถมยังน่ารักด้วยนะ

ฟีเจอร์ที่ถูกอัปเดทใน Instagram Stories ล้วนเป็นฟีเจอร์ที่สร้างการมีส่วนร่วมกับงานอีเว้นท์ได้ทั้งนั้น ลองนำมาประยุกต์ใช้กับงานอีเว้นท์ของคุณดูนะคะ รับรองว่ามีประโยชน์ และจะช่วยสร้างความน่าสนใจให้กับงานอีเว้นท์ได้แน่นอน

วิธีเปิดร้านในไลน์ สำหรับมือใหม่หัดขาย ผ่าน Line Shop

หากเรามีธุรกิจ อยากขายสินค้าอะไรสักอย่าง สื่อออนไลน์ ถือเป็นอีกหนึ่งกลยุทธ์ที่จะทำให้ลูกค้าสามารถเข้าถึงสินค้าของเราได้อย่างมากมายและ กระจายสินค้าของเราไปยังทั่วโลกอีกด้วย

แอปพลิเคชัน Line ถือว่าเป็นแอปฯ ยอดฮิตที่ไม่ว่าใครก็ต้องมีกัน เนื่องจากใช้งานง่าย สะดวก ทั้งยังมีความปลอดภัยของข้อมูล นอกจากนั้น Line เอง ก็ถือว่ามีฟังก์ชันต่างๆ ออกมาให้ได้เลือกใช้อย่างมากมาย โดยฟังก์ชันหนึ่งที่เอาใจผู้ประกอบธุรกิจนั่นก็คือ Line Shop

หากพูดถึง Line Shop หลายๆ คนอาจจะยังไม่รู้จัก แต่เชื่อได้เลยว่าถ้าได้รู้จักฟังก์ชันนี้ของ Line แล้ว คุณจะมีอีกช่องทางเด็ดในการค้าขายเพิ่มขึ้นอย่างแน่นอน ซึ่งวันนี้เรามีวิธีการเปิดร้านในไลน์ผ่าน Line Shop มาฝากกัน ว่าแล้วเราก็มาดูขั้นตอนกันเลยดีกว่า

  1. ขั้นตอนแรกโหลดแอปฯ Line Shop มา ซึ่งหน้าแรกจะแสดงข่าวสารจาก Line Shop ให้กดที่จุด 3 จุด มุมบนขวาเพื่อเข้าสู่ระบบ
  2. เลือกเข้าสู่ระบบด้วย Line ในกรณีที่คุณใช้ Line อยู่แล้ว หรือหากใครยังไม่มี ID Line ก็ใช้ e-mail ในการเข้าระบบแทนได้เช่นกัน
  3. จากนั้นจะมีหน้าที่ขอให้คุณอนุญาตการเข้าถึงข้อมูลต่างๆ ของคุณ ให้เลือกอนุญาตไปได้เลย เพื่อทำการเข้าสู่ระบบ
  4. เมื่อเข้ามาแล้วคุณจะพบกับหน้าที่ให้คุณตั้งชื่อบัญชีส่วนตัว ซึ่งในส่วนนี้ยังไม่ใช่ชื่อของร้านค้าของคุณ โดยเมื่อตั้งชื่อเสร็จแล้วกดปุ่มยอมรับเงื่อนไขเพื่อเริ่มต้น
  5. เมื่อทำการ Log in เรียบร้อยแล้ว ตัวแอปฯ Line Shop จะพาเรามาที่หน้าแรก โดยสิ่งที่เพิ่มเข้ามาในหน้านี้หลังจากเรา Log in สำเร็จ ก็คือรูปกระดิ่ง ซึ่งเป็นสิ่งที่จะแจ้งเตือนการเคลื่อนไหวต่างๆ ในร้านของคุณ และแถบที่มีชื่อว่า “ติดตามอยู่”
  6. หลังจากนั้นหากจะสร้างร้านค้าของคุณ ให้กดที่จุด 3 จุด มุมบนขวาและเลือกคำสั่ง “เปิดร้านค้า
  7. จากนั้นทางแอปฯ จะมีรูปแบบร้านค้ามาให้เราเลือกโดยแบ่งเป็นแบบธรรมดา คือเป็นร้านค้าของบุคคลทั่วไป และแบบ Sally Grade คือร้านค้าที่เป็นแบรนด์ดังหรือมีหน้าร้านหลายสาขานั่นเอง
  8. จากนั้นเราก็ตั้งชื่อร้าน และภาพ Cover รวมไปถึงโทนสีของร้านให้เรียบร้อย โดยชื่อร้านจะแยกออกจากชื่อ ID ของเรา
  9. หลังจากตั้งค่าตามข้อด้านบนเสร็จเรียบร้อยแล้ว ก็กรอก e-mail และเบอร์โทรเอาไว้ให้ลูกค้าติดต่อเมื่อต้องการสั่งสินค้ากับเรา
  10. เมื่อตั้งข้อมูลต่างๆ เรียบร้อยแล้ว กดปุ่ม + ที่มุมขวาล่างเพื่อเพิ่มสินค้ารวมไปถึงใส่ราคาได้เลย

เห็นได้เลยว่าไม่ยากเลยจริงๆ สำหรับการเปิดร้านในไลน์ ผ่านฟังก์ชัน Line Shop ซึ่งหากเราทำการโปรโมทอย่างถูกวิธีไม่ว่าจะค้าขายผ่านช่องทางไหนรับรองเลยว่าธุรกิจของเราจะต้องปัง และมียอดการสั่งซื้อเข้ามาอย่างไม่ขาดสายแน่นอน

จดหมายข่าวอีเมลปัจจุบันของคุณจะประสบความสำเร็จในปี 2019 หรือไม่

จากความสำเร็จอย่างต่อเนื่องของการโฆษณาออนไลน์และโซเชียลมีเดีย ไม่มีใครตำหนิคุณถ้าคุณคิดว่าจดหมายข่าวล้าสมัยแล้ว แต่อย่าตกหลุมพรางนั้น แม้จะมีช่องทางต่าง ๆ ที่พร้อมใช้งานเพื่อสร้างธุรกิจ Email Marketing ยังคงเป็นวิธีที่มีประสิทธิภาพสูงสุดในการเพิ่มรายได้ และการละเลยจดหมายข่าวอีเมลเป็นสิ่งที่ไม่ดีสำหรับธุรกิจ

ดังนั้นไม่ว่าคุณจะรับผิดชอบจดหมายข่าวของ บริษัท หรือคุณพยายามโน้มน้าวให้หัวหน้าของคุณ บทความนี้สามารถช่วยคุณได้ อ่านเพื่อเรียนรู้สิ่งที่จะทำจดหมายข่าวทางอีเมลที่ดีที่สุดในปี 2019

ส่งจดหมายข่าวทางอีเมลทำไม

หากคุณยังไม่ได้ให้ความสำคัญกับจดหมายข่าวทางอีเมลเป็นส่วนหนึ่งของส่วนประสมทางการตลาดของคุณได้เวลาพิจารณาแล้ว

อีเมลรายเดือน รายสัปดาห์ รายปักษ์หรือแม้แต่รายวันเป็นเครื่องมือที่มีประสิทธิภาพที่ช่วยให้คุณดึงดูดผู้ชมได้ ไม่ว่าจะเป็นการอัพเดทที่เกี่ยวข้องกับ บริษัท หรือเคล็ดลับและคำแนะนำที่เป็นประโยชน์ เป็นวิธีที่ยอดเยี่ยมในการเพิ่มการสนับสนุนแบรนด์ เพิ่มการมีส่วนร่วมของผู้ชมและผลักดันยอดขายให้มากขึ้น

ตามรายงานการใช้งานจดหมายข่าวทางอีเมลที่จัดทำโดย Nielsen Norman Group ผู้รับรู้สึกผูกพันทางอารมณ์กับจดหมายข่าว

จดหมายข่าวเป็นสิ่งที่ผู้อ่านของคุณคาดหวังได้และช่วยคุณพัฒนาความสัมพันธ์ที่ต่อเนื่องกับสมาชิกสิ่งนี้จะช่วยคุณสร้างความผูกพันที่เหนือกว่าเว็บไซต์เพียงอย่างเดียว

วิธีจัดทำจดหมายข่าวอีเมลที่ประสบความสำเร็จที่สุดของคุณ

 

  • กำหนดกลยุทธ์สำหรับจดหมายข่าวของคุณ

 

ก่อนที่คุณจะเริ่มรวบรวมเนื้อหาของคุณพิจารณาสิ่งที่คุณต้องการจะบรรลุผ่านจดหมายข่าวนี้ วิธีนี้จะช่วยคุณปรับแต่งทุกด้านของอีเมลเพื่อให้มุ่งเน้นไปที่เป้าหมายสุดท้ายของคุณ

ตัวอย่างเป้าหมายของคุณ

  • เพิ่มอัตราการเข้าชมเว็บไซต์เของคุณ
  • รับลูกค้าเพื่อลงทะเบียนสำหรับกิจกรรมใหม่
  • เพิ่มอัตราการคลิกผ่านหรือเปิดอีเมลของคุณ
  • เพิ่มจำนวนการดาวน์โหลด
  • ให้ลูกค้าโต้ตอบกับคุณในช่องทางโซเชียลมีเดีย

จากนั้นคุณอาจตัดสินใจว่าจดหมายข่าวฉบับเดียวเป็นวิธีที่ทำให้คุณมีโอกาสในการแสดงผลิตภัณฑ์ล่าสุดของคุณ หรือหากคุณมีข้อมูลจำนวนมากที่จะแบ่งปันกับผู้รับอีเมลของคุณหรือหากคุณมีข้อมูลจำนวนมากที่จะแบ่งปันกับผู้รับอีเมลของคุณคุณอาจรู้สึกว่าการสมัครรับข้อมูลจดหมายข่าวเหมาะอย่างยิ่ง วิธีนี้จะช่วยให้คุณสามารถส่งเนื้อหาที่มีประโยชน์ให้กับลูกค้าที่สนใจจะติดตามคุณอยู่เสมอ

 

 

เทมเพลตอีเมลที่สร้างไว้ล่วงหน้าและสามารถปรับแต่งได้นั้นเป็นข้อดีอย่างหนึ่งของการใช้ซอฟต์แวร์ Email Marketing และต้องใช้ความพยายามอย่างหนักในการออกแบบเทมเพลตจดหมายข่าวของคุณในขณะที่ยังช่วยให้คุณสามารถเพิ่มการสัมผัสถึงแบรนด์ได้

  • ตรวจสอบให้แน่ใจว่าจดหมายข่าวของคุณเป็นมิตรกับมือถือ: พิจารณาขนาดหน้าจอที่แตกต่างกันเมื่อพัฒนาจดหมายข่าวของคุณโดยใช้หัวสัญลักษณ์หัวข้อ ข้อความประโยคสั้น ๆ และใช้ส่วนหัวเพื่อแยกข้อความออกจากข้อความจำนวนมาก
  • ใช้รูปภาพ: รูปภาพมีค่าและต้องเกี่ยวข้องกับข้อความซึ่งรูปภาพบางรูปอาจโหลดช้ามากหรืออาจไม่โหลดเลย ตรวจสอบให้แน่ใจเสมอว่าข้อความของคุณชัดเจนในข้อความของคุณและภาพมีข้อความอธิบายในกรณีที่พวกเขาล้มเหลวในการโหลด
  • ตรวจสอบให้แน่ใจว่าเทมเพลตของคุณได้รับการสนับสนุนจากผู้ให้บริการอีเมลส่วนใหญ่: Outlook มีชื่อเสียงในเรื่องของการแสดงผลดังนั้นควรตรวจสอบอีเมลของคุณสองครั้งหรือสามครั้ง คุณต้องแน่ใจว่าอีเมลจะแสดงอย่างถูกต้องในแพลตฟอร์มที่แตกต่างกัน
  • วางโลโก้ของคุณที่ด้านบนของอีเมลของคุณ: นี่จะสร้างความภักดีต่อแบรนด์และทำให้แน่ใจว่าผู้รับของคุณเชื่อมโยงจดหมายข่าวกับคุณและ บริษัท ของคุณ
  • พยายามทำให้สิ่งต่าง ๆ น้อยที่สุด จดหมายข่าวสามารถดูยุ่งเหยิงและวุ่นวายได้ง่าย แม้ว่ามันจะเหมาะสำหรับผู้รับที่จะอ่านจดหมายข่าวแต่ละคำ แต่อีเมลส่วนใหญ่จะถูกสแกน ท้ายที่สุดคุณต้องการให้ผู้อ่านดำเนินการ (เช่นการซื้อหรือการคลิกผ่าน) ดังนั้นอย่าลืมไปที่จุดนั้น

 

 

  • ผลิตเนื้อหาที่ดึงดูดความสนใจ

 

จากการศึกษาของ Nielsen Norman Group ที่กล่าวมาข้างต้น ผู้อ่านพบว่ารายการต่อไปนี้มีค่ามากที่สุดในจดหมายข่าว:ข่าวที่เกี่ยวข้องกับ บริษัท,รายการเกี่ยวกับงานอดิเรกและความสนใจส่วนบุคคล,รายการเกี่ยวกับกำหนดเวลา,วันที่, กิจกรรมและรายงานเกี่ยวกับการขายหรือราคา

ดังนั้นคุณสามารถเลือกที่จะรวมสิ่งต่อไปนี้ในจดหมายข่าวของคุณ:

  • โพสต์บล็อก
  • วิธีการเคล็ดลับและแบบฝึกหัด
  • อีเว้นท์
  • ข่าวอุตสาหกรรม
  • ทรัพยากร
  • การแข่งขัน
  • รูปภาพ/วิดีโอ
  • รีวิว
  • ข่าวบริษัท
  • ข้อเท็จจริงที่น่าสนใจ
  • ใบรับรอง
  • การสัมมนาผ่านเว็บ
  • ตำรับอาหาร
  • รูปถ่ายของลูกค้า

อย่างไรก็ตามหลังจากไม่กี่เดือนแม้กระทั่งข้อมูลที่น่าสนใจที่สุดก็กลายเป็นเรื่องน่าเบื่อหน่าย นี่คือเหตุผลที่คุณต้องทำให้สิ่งต่าง ๆ เป็นแบบไดนามิกและไม่ซ้ำกัน

 

  • สร้างสรรค์ด้วยหัวเรื่องของคุณ

 

แม้จะมีอีเมลที่ได้รับการออกแบบอย่างสวยงามและมีความเชี่ยวชาญที่สุดคุณยังต้องการให้ผู้อ่านเปิดอ่าน นั่นเป็นเหตุผลที่คุณต้องมีหัวเรื่องที่ดึงดูดความสนใจและให้ข้อมูลอย่างละเอียด

คำถาม คำตอบ คำเดียว ประโยค และการปรับให้เป็นแบบส่วนตัวนั้นเป็นแนวทางที่ยอดเยี่ยมสำหรับหัวเรื่องของคุณ คุณอาจพบว่าความสม่ำเสมอเป็นกุญแจสำคัญในจดหมายข่าวของคุณ ดังนั้นลูกค้าสามารถแยกความแตกต่างเหล่านี้จากอีเมลปกติของคุณได้ แต่ระวังว่าสิ่งเหล่านี้ไม่น่าเบื่อและคาดเดาได้

วิธีหนึ่งในการตรวจสอบอย่างต่อเนื่องว่าหัวเรื่องของคุณมีประสิทธิภาพเท่าที่ควรหรือไม่คือใช้การทดสอบ A / B วิธีนี้ช่วยให้คุณสามารถใช้สองหัวเรื่องเพื่อดูว่าแบบไหนดีที่สุด

ตามกฎทั่วไปคุณจะต้องรักษาหัวเรื่องของคุณให้มีความยาวไม่เกิน 50 อักขระคุณควรพยายามทำให้มีส่วนร่วมเท่าที่จะทำได้ เนื่องจากระดับการมีส่วนร่วมเป็นตัวบ่งชี้สแปมที่สำคัญ

 

  • มีความสมดุลระหว่างข้อมูลกับโปรโมชั่น

 

แม้ว่าเป้าหมายของอีเมลของคุณอาจเป็นการเพิ่มการแปลง แต่สิ่งนี้ไม่ควรมุ่งเน้นในอีเมล จดหมายข่าวอยู่ที่นั่นเพื่อแจ้งและให้ความรู้ดังนั้นจึงเป็นเรื่องสำคัญที่พวกเขาไม่รู้สึกว่า “ขายดี”

อาจจะเริ่มต้นด้วยการทดสอบ A / B บางอย่าง แต่ถ้าคุณตั้งเป้าหมายสำหรับข้อมูลชิ้นส่วน 9 ชิ้นต่อการส่งเสริม 1 ส่วน คุณควรสร้างสมดุลที่เหมาะสมสำหรับจดหมายข่าวของคุณ

ท้ายที่สุดถ้าคุณไม่มีการประกาศผลิตภัณฑ์หรือบริการที่น่าตื่นเต้นพยายามหลีกเลี่ยงการโปรโมท และเมื่อคุณพูดถึงโปรโมชั่นของคุณพยายามทำในวิธีที่เข้าถึงได้

 

  • เลือกคำกระตุ้นการตัดสินใจที่ยอดเยี่ยม

 

คุณอาจมีคำกระตุ้นการตัดสินใจ (CTA) หลายแห่งในอีเมลของคุณ แต่เลือกสิ่งที่จะโดดเด่นและเป็นจุดสนใจหลักของคุณ

CTA อาจเป็นการเข้าร่วมกับคุณในโซเชียลมีเดียแชร์กับเพื่อนหรืออ่านโพสต์หรือบล็อกเพิ่มเติม

 

  • ตรวจสอบให้แน่ใจว่าอีเมลของคุณเป็นไปตามกฎหมาย

 

เมื่อสร้างอีเมลสิ่งสำคัญคือคุณต้องปฏิบัติตามกฎหมายที่จำเป็นทั้งหมดโดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อเร็ว ๆ นี้เกี่ยวกับกฎหมาย GDPR ในยุโรป เพื่อให้แน่ใจว่าคุณปฏิบัติตามกฎและข้อบังคับทั้งหมคุณควรตรวจสอบและทำความเข้าใจกฎหมายและข้อบังคับของอีเมล

 

  • ตรวจสอบให้แน่ใจว่าผู้อ่านสามารถยกเลิกการสมัครได้อย่างง่ายดาย

 

แม้จะต้องการให้ผู้อ่านมีส่วนร่วมกับคุณ แต่คุณต้องแน่ใจว่าพวกเขาสามารถยกเลิกการสมัครรับจดหมายข่าว ปุ่ม “ยกเลิกการสมัคร” ที่ใช้งานง่ายทำให้ผู้ใช้มีโอกาสน้อยที่จะทำเครื่องหมายอีเมลของคุณว่าเป็นสแปม นอกจากนี้คุณต้องถูกต้องตามกฎหมายเพื่ออนุญาตให้ผู้ใช้ยกเลิกการสมัคร

ในทางกลับกันสิ่งนี้จะช่วยปกป้องชื่อเสียงของผู้ส่งและจะทำให้อัตราการคลิกผ่านและอัตราการเปิดของคุณสูงขึ้น

 

  • รวมสื่อสังคมออนไลน์

 

ตามที่เราเห็นจดหมายข่าวเหมาะสำหรับการให้ผู้อ่านมีส่วนร่วมกับคุณในหลาย ๆ ด้าน ดังนั้นให้แน่ใจว่าพวกเขาจะสามารถสนทนาต่อได้โดยง่ายโดยการเพิ่มไอคอนโซเชียลมีเดียในอีเมลของคุณ คุณสามารถเลือกที่จะเพิ่มสิ่งเหล่านี้ลงในด้านบนด้านข้างหรือด้านล่างของจดหมายข่าวของคุณ คุณอาจต้องการสร้างจดหมายข่าวฉบับหนึ่งเกี่ยวกับช่องทางโซเชียลมีเดียของคุณเพื่อให้ผู้อ่านสามารถดูว่าพวกเขาต้องติดตามคุณที่ไหนเพื่อเข้าถึงข้อมูลที่พวกเขากำลังมองหา

 

  • วัดประเมินผลความสำเร็จของคุณ

 

อีเมลทั้งหมดอาจถูกทดลองใช้และมีข้อผิดพลาดเล็กน้อยและสิ่งใดที่ใช้ได้ผลกับ บริษัท หนึ่งอาจไม่ได้ผลสำหรับอีก บริษัทหนึ่ง นั่นเป็นเหตุผลที่คุณจำเป็นต้องวัดความสำเร็จของอีเมลของคุณเพื่อให้คุณรู้ว่าอะไรทำงานและไม่ทำงาน วิธีนี้จะช่วยให้คุณปรับแต่งอีเมลของคุณปรับแต่งให้เหมาะกับผู้ชมที่ไม่ซ้ำ ตัวชี้วัดที่สำคัญ ได้แก่ :

  • อัตราการเปิด: หัวเรื่องอะไรที่ได้รับการเปิดและอ่านอีเมลของคุณ
  • อัตราการคลิกผ่าน: CTA ใดในอีเมลของคุณที่ได้รับความนิยมมากที่สุด
  • อัตราการยกเลิกการเป็นสมาชิก: เนื้อหาใดที่ทำให้ผู้รับของคุณยกเลิกการเป็นสมาชิก
  • แชร์: ผู้อ่านของคุณแบ่งปันเนื้อหาอะไรกับเพื่อนและครอบครัวของพวกเขา

Social Sign Ups: ข้อมูลอะไรที่ทำให้ผู้คนเข้าร่วมคุณในโซเชียลมีเดีย

ในขณะที่การประดิษฐ์จดหมายข่าวทางอีเมลที่ไม่เหมือนใครอาจดูน่ากลัว แต่ก็ไม่จำเป็นต้องเป็นเช่นนั้น คุณสามารถสร้างบางสิ่งที่โดดเด่นจากฝูงชน คุณสามารถสร้างการติดต่อสื่อสารกับลูกค้าของคุณอย่างต่อเนื่อง สร้างความไว้วางใจกับผู้ชมของคุณในทางกลับกันสิ่งนี้จะผลักดันแคมเปญการตลาดอีเมลของคุณเพิ่มรายได้ของคุณ

ฟังก์ชันเด็ด Line@ ช่องทางง่ายๆ ในการทำธุรกิจออนไลน์

อย่างที่ทราบกันดีว่าปัจจุบันการทำการตลาดผ่านช่องทางออนไลน์ถือว่ามีความสำคัญต่อหลายๆ ธุรกิจเป็นอย่างมาก เพราะปัจจุบันในสังคมไทยยุค 4.0 แบบนี้ สื่อโซเชียลมีเดียต่างๆ เข้ามามีบทบาทต่อคนแทบจะทุกเพศทุกวัย ซึ่งนอกจาก Facebook, Twitter และ Instagram ที่คนจะนึกถึงเมื่อต้องการขายสินค้าหรือบริการแล้ว ยังมีอีกช่องทางหนึ่งที่สามารถใช้เป็นช่องทางในการตลาดออนไลน์ได้ นั่นก็คือ Line โดยตัวแอปพลิเคชัน Line เองก็มี Line@ ซึ่งถือว่าเป็นช่องทางหนึ่งสำหรับผู้ทำธุรกิจออนไลน์

โดยในวันนี้เราจะพาทุกคนมารู้จักกับฟังก์ชันเด็ดๆ จาก Line@ ที่เป็นประโยชน์ต่อการทำธุรกิจออนไลน์ จะมีอะไรที่น่าสนใจบ้าง ตามมาดูกันเลย

  1. Auto-reply & Keyword-reply Message

ฟังก์ชันนี้ถูกออกแบบมาเพื่อตอบสนองคนที่ไม่ค่อยมีเวลาตอบลูกค้าสำหรับทุกคำถามที่ลูกค้าต้องการ แต่ยังสามารถรักษาฐานลูกค้าไว้ได้ เพราะฟังก์ชันนี้จะสามารถช่วยตอบคำถามอัตโนมัติให้เราได้ เมื่อเรายังไม่ว่างตอบ แต่เราจะสามารถตั้งค่าได้แค่อย่างใดอย่างหนึ่งเท่านั้นว่าจะสื่อสารผ่านการตอบเองหรือจะให้ระบบอัตโนมัติตอบให้ ซึ่งสามารถตั้งค่าได้ตลอดเวลา

  1. Coupon

เรียกได้ว่าฟังก์ชันนี้ทำให้ Line@ เป็นแอปพลิเคชันที่มีโปรโมชันมากกว่าสื่อโซเชียลมีเดียตัวอื่นๆ เลยก็ว่าได้ เนื่องจาก Line@ สามารถทำ E-Coupon หรือ E-Voucher ซึ่งเป็นส่วนลดต่างๆ ได้ และง่ายๆ เพียงแค่กดส่งไปถึง Line Inbox ของลูกค้า โดยเราสามารถเลือกได้ว่าจะให้โปรโมชันนี้กับลูกค้าทุกคน หรือลุ้นรางวัลสำหรับบางคนก็ได้ และยังสามารถกำหนดรายละเอียดอื่นๆ ของคูปองได้อีกด้วย

  1. Poll & Survey

การทำแบบสำรวจผ่าน Line@ ถือว่าเป็นการทำแบบสำรวจที่สามารถทำได้รวดเร็วและราคาถูกมากที่สุด เพียงใน 3 นาที และ Broadcast ไปหาลูกค้าของคุณ โดยเมื่อเราให้ลูกค้าทำแบบสอบถามเสร็จแล้ว เรายังสามารถออกแบบให้แจกของรางวัลเป็นคูปองแบบในข้อ 2. ได้อีกด้วย

  1. Rich Content

เป็นฟังก์ชันที่ต้องทำใน Computer เท่านั้น ผ่าน https://admin-official.line.me/ โดยจะช่วยให้ข้อความที่ Broadcast ออกไป มีรูปภาพที่ขึ้นเต็มจอของผู้ใช้งาน ทำให้น่าสนใจมากยิ่งขึ้น ซึ่งรูปภาพนี้เราสามารถแนบลิงก์ลงไปได้ ทั้งยังแนบไปได้หลายลิงก์ ตามจุดที่แตกต่างกันของภาพนั่นเอง

  1. Account Page

เป็นฟังก์ชันที่เปรียบเสมือนหน้าแสดงข้อมูลของร้าน โดยเราสามารถใส่ได้หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นสถานที่ตั้ง การเดินทาง เวลาทำการ เบอร์โทรศัพท์ เว็บไซต์ ฯลฯ นอกจากนั้นเรายังสามารถใส่รูปสินค้าประกอบลงไปได้ ทำให้คนที่เข้ามาดูรู้จักตัวตนของเรามากขึ้น

  1. Broadcast

ถ้าขาดฟังก์ชันนี้ไปก็คงไม่เรียกว่า Line@ เพราะถือว่าเป็นฟังก์ชันที่เด็ดมากถึงมากที่สุดของ Line@ เลยก็ว่าได้ เนื่องจากว่าเราสามารถส่งข้อความ หรือ Content ต่างๆ ที่เราอยากนำเสนอต่อลูกค้าได้ง่ายๆ เพียงชั่วพริบตา ในราคาเฉลี่ยเพียงข้อความละ 0.01 บาท หรือ 1 สตางค์เท่านั้นเอง และยังถือว่าเป็นวิธีการทำให้คนเห็นสิ่งที่เราต้องการจะสื่อสารได้สูงมาก แต่ใช้ต้นทุนที่ต่ำสุดๆ

การใช้บริการ Line@ อาจจะยังไม่แพร่หลายเท่าการทำการตลาดออนไลน์ผ่านช่องทางอื่นๆ อย่าง Facebook, Twitter และ Instagram แต่ จากสิ่งที่นำเสนอไปในวันนี้ อาจทำให้หลายๆ คนเห็นแล้วว่า Line@ มีดีกว่าที่คุณคิดจริงๆ ลองหันมาใช้แอปพลิเคชันนี้ดู อาจจะทำให้ยอดขายของคุณเพิ่มขึ้นได้อีกหลายเปอร์เซ็นต์เลยทีเดียว

เก็บรักษาน้ำหอมให้หอมยาวนาน

น้ำหอม” เป็นไอเทมที่ผู้หญิง ผู้ชาย หลายคนต้องมี เพื่อช่วยเสริมสร้างความมั่นใจและเพิ่มความหอมให้ตัวเองในทุกๆ วัน ซึ่งน้ำหอมที่มีคุณภาพราคาก็มักจะสูงตามไปด้วย และเผื่อบางวันที่ต้องเปลี่ยนลุค เลยต้องมีน้ำหอมมากกว่า 1 ขวด แล้วทุกคนรู้ไหมคะว่าถ้าเราเก็บรักษาน้ำหอมดีๆ อาจจะอยู่ได้นานถึง 3 ปีเลยนะคะ วันนี้เราเลยมีวิธีเก็บรักษาน้ำหอมมาฝากทุกคนกัน ไปดูเลยว่ามีวิธีไหนบ้างที่เราจะสามารถเก็บรักษาความหอมได้ยาวนานที่สุด

  1. อย่าเก็บน้ำหอมไว้ที่อากาศร้อน

ความร้อนทำให้น้ำหอมมีกลิ่นที่เปลี่ยนไป ดังนั้นต้องจำให้ขึ้นใจว่าควรเก็บให้ไกลจากแสงแดด หรือบริเวณที่จะมีอุณหภูมิสูง เช่นในตู้เสื้อผ้า หรือลิ้นชัก เพราะภายในน้ำหอมประกอบไปด้วย น้ำมันหอม (Fragrance Oils) และแอลกอฮอล์ (Alcohol) ซึ่งสารสองตัวนี้ไม่ควรเก็บไว้ในที่มีอุณหภูมิร้อนเกินไป แม้กระทั่งการวางน้ำหอมไว้ในที่ที่โดนแสงแดดโดยตรง

  1. ไม่ควรเก็บน้ำหอมไว้ในห้องน้ำ

หลายคนอาจจะมองว่ามันสะดวก เพราะยังไงแล้วเราก็ต้องมาแต่งตัวในห้องน้ำอยู่แล้ว แถมการเก็บน้ำหอมไว้ในห้องน้ำก็ไม่มีทางโดนแสงแดดแน่นอน แต่คุณอาจจะลืมไปว่า ห้องน้ำเป็นสถานที่ที่อุณหภูมิเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา อีกทั้งมีความชื้นสูงทำให้เกิดเชื้อโรคหรือแบคทีเรียขึ้นทำให้น้ำหอมเสื่อสภาพเร็วขึ้นได้

  1. ปิดฝาขวดน้ำหอมให้สนิทหลังจากใช้งาน

นี่คือข้อสำคัญเลยในการดูแลรักษาความหอมของน้ำหอมเลยนะคะ ถึงแม้ว่าจะเป็นแค่รูเล็กๆ ที่หัวฉีด แต่อย่าลืมว่าน้ำหอมมีส่วนผสมของแอลกอฮอล์ ซึ่งสามารถระเหยได้ง่าย ดังนั้นอากาศกับน้ำหอมจึงไม่ถูกกันจริงๆ หลังจากนี้คงต้องลองสังเกตดูว่าทุกครั้งหลังใช้งานได้ปิดฝาสนิทแล้วหรือยัง เพราะการปิดฝาให้สนิทเป็นการรักษากลิ่นน้ำหอมที่ง่ายที่สุดให้คงอยู่ยาวนานไม่มีผิดเพี้ยนไปจากเดิมแน่นอน

  1. เก็บน้ำหอมไว้ในตู้เย็น

หลายคนไม่มีทางเลือกเพราะอากาศบ้านก็ไม่ค่อยเอื้ออำนวยสักเท่าไร จึงเลือกนำน้ำหอมเข้าไปแช้ไว้ในตู้เย็นแทน ซึ่งเป็นวิธีที่ไม่ได้ผิด แต่ก็ต้องระวังเรื่องความเย็นด้วย เพราะอุณหภูมิที่เหมาะสมของตู้เย็นนั้นไม่ควรต่ำกว่า 10 องศา และควรเช็คเรื่องกลิ่นในตู้เย็นให้ดีว่าไม่มีกลิ่นอาหาร หรือกลิ่นไม่พึงประสงค์ที่จะส่งผลกระทบทำให้กลิ่นน้ำหอมของเราผิดเพี้ยนไป

รู้วิธีการเก็บน้ำหอมไปแล้วก็อย่าลืมนำเคล็ดลับเหล่านี้ไปลองทำตามกันนะคะ เพราะเพียงแค่วิธีง่ายๆ เราก็สามารถรักษาความหอมของน้ำหอมได้ยาวนานขึ้นอีกหลายปี หากใครมีวิธีเก็บรักษาน้ำหอมใหม่ๆ สามารถนำมาแชร์ให้เราได้เลยนะคะ และในครั้งหน้าเราจะนำข้อมูลอะไรมาฝากกันอีกอย่าลืมมาติดตามกันนะคะ

 

น้ำหอมกับสมอง

ทุกคนย่อมเกิดความรู้สึกเมื่อดมกลิ่นน้ำหอม แน่นอนว่ากลิ่นนั้นย่อมส่งผลต่ออารมณ์และจิตใจเป็นอย่างมาก ทำให้หน่วยความจำกลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง ราวกับว่าจมูกคืออวัยวะที่ถูกสร้างมาจากความวุ่นวายให้มุนษย์ได้กลิ่นหลากหลายบนโลกแต่ในทางกลับกับจมูกก็มีความลึกซึ้งด้วยกลิ่นหอมอย่างน่าประหลาดใจ

หลายคนพยายามจะอธิบายความสัมพันธ์ระหว่างน้ำหอมและหน่วยความทรงจำ ผู้เชี่ยวชาญน้ำหอมได้ให้คำนิยามไว้ว่าในสมองส่วนลึกของคนเรามีจำนวนกลิ่นที่บันทึกไว้เป็นพันๆกลิ่นและมันจะเชื่่อมโยงระหว่างความทรงจำความรู้สึกอย่างไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้เมื่อคุณได้ดมกลิ่นน้ำหอมและตกอยู่ในสถานการณ์ ความคิดถึง หรือเหตุการณ์ที่ต้องห่างไกล เป็นต้น

ในความเป็นจริงแล้วทุกๆคนล้วนต้องการความงามในทัศนศิลป์และธรรมชาติเพื่อขัดเกลาจิตใจช่วยให้ตัวของเราดูดีขึ้น ซึ่งน้ำหอมก็ถือเป็นหนึ่งในความงามของธรรมชาติที่ผสานรวมกันอย่างลงตัวให้คุณดื่มด่ำไปกับความทรงจำอันหอมหวานพร้อมกับหลงใหลอยู่ในห้วงของจินตนาการอันนิรันดร์ โดยใช้จมูกเป็นสื่อกลางในการทำความเข้าใจกลิ่นซึ่งคุณจะต้องกลิ่นน้ำหอมทั้งทางจิตใจและทางด้านอารมณ์ของศิลปะไปพร้อมๆกัน