เก็บรักษาน้ำหอมให้หอมยาวนาน

น้ำหอม” เป็นไอเทมที่ผู้หญิง ผู้ชาย หลายคนต้องมี เพื่อช่วยเสริมสร้างความมั่นใจและเพิ่มความหอมให้ตัวเองในทุกๆ วัน ซึ่งน้ำหอมที่มีคุณภาพราคาก็มักจะสูงตามไปด้วย และเผื่อบางวันที่ต้องเปลี่ยนลุค เลยต้องมีน้ำหอมมากกว่า 1 ขวด แล้วทุกคนรู้ไหมคะว่าถ้าเราเก็บรักษาน้ำหอมดีๆ อาจจะอยู่ได้นานถึง 3 ปีเลยนะคะ วันนี้เราเลยมีวิธีเก็บรักษาน้ำหอมมาฝากทุกคนกัน ไปดูเลยว่ามีวิธีไหนบ้างที่เราจะสามารถเก็บรักษาความหอมได้ยาวนานที่สุด

  1. อย่าเก็บน้ำหอมไว้ที่อากาศร้อน

ความร้อนทำให้น้ำหอมมีกลิ่นที่เปลี่ยนไป ดังนั้นต้องจำให้ขึ้นใจว่าควรเก็บให้ไกลจากแสงแดด หรือบริเวณที่จะมีอุณหภูมิสูง เช่นในตู้เสื้อผ้า หรือลิ้นชัก เพราะภายในน้ำหอมประกอบไปด้วย น้ำมันหอม (Fragrance Oils) และแอลกอฮอล์ (Alcohol) ซึ่งสารสองตัวนี้ไม่ควรเก็บไว้ในที่มีอุณหภูมิร้อนเกินไป แม้กระทั่งการวางน้ำหอมไว้ในที่ที่โดนแสงแดดโดยตรง

  1. ไม่ควรเก็บน้ำหอมไว้ในห้องน้ำ

หลายคนอาจจะมองว่ามันสะดวก เพราะยังไงแล้วเราก็ต้องมาแต่งตัวในห้องน้ำอยู่แล้ว แถมการเก็บน้ำหอมไว้ในห้องน้ำก็ไม่มีทางโดนแสงแดดแน่นอน แต่คุณอาจจะลืมไปว่า ห้องน้ำเป็นสถานที่ที่อุณหภูมิเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา อีกทั้งมีความชื้นสูงทำให้เกิดเชื้อโรคหรือแบคทีเรียขึ้นทำให้น้ำหอมเสื่อสภาพเร็วขึ้นได้

  1. ปิดฝาขวดน้ำหอมให้สนิทหลังจากใช้งาน

นี่คือข้อสำคัญเลยในการดูแลรักษาความหอมของน้ำหอมเลยนะคะ ถึงแม้ว่าจะเป็นแค่รูเล็กๆ ที่หัวฉีด แต่อย่าลืมว่าน้ำหอมมีส่วนผสมของแอลกอฮอล์ ซึ่งสามารถระเหยได้ง่าย ดังนั้นอากาศกับน้ำหอมจึงไม่ถูกกันจริงๆ หลังจากนี้คงต้องลองสังเกตดูว่าทุกครั้งหลังใช้งานได้ปิดฝาสนิทแล้วหรือยัง เพราะการปิดฝาให้สนิทเป็นการรักษากลิ่นน้ำหอมที่ง่ายที่สุดให้คงอยู่ยาวนานไม่มีผิดเพี้ยนไปจากเดิมแน่นอน

  1. เก็บน้ำหอมไว้ในตู้เย็น

หลายคนไม่มีทางเลือกเพราะอากาศบ้านก็ไม่ค่อยเอื้ออำนวยสักเท่าไร จึงเลือกนำน้ำหอมเข้าไปแช้ไว้ในตู้เย็นแทน ซึ่งเป็นวิธีที่ไม่ได้ผิด แต่ก็ต้องระวังเรื่องความเย็นด้วย เพราะอุณหภูมิที่เหมาะสมของตู้เย็นนั้นไม่ควรต่ำกว่า 10 องศา และควรเช็คเรื่องกลิ่นในตู้เย็นให้ดีว่าไม่มีกลิ่นอาหาร หรือกลิ่นไม่พึงประสงค์ที่จะส่งผลกระทบทำให้กลิ่นน้ำหอมของเราผิดเพี้ยนไป

รู้วิธีการเก็บน้ำหอมไปแล้วก็อย่าลืมนำเคล็ดลับเหล่านี้ไปลองทำตามกันนะคะ เพราะเพียงแค่วิธีง่ายๆ เราก็สามารถรักษาความหอมของน้ำหอมได้ยาวนานขึ้นอีกหลายปี หากใครมีวิธีเก็บรักษาน้ำหอมใหม่ๆ สามารถนำมาแชร์ให้เราได้เลยนะคะ และในครั้งหน้าเราจะนำข้อมูลอะไรมาฝากกันอีกอย่าลืมมาติดตามกันนะคะ

 

น้ำหอมกับสมอง

ทุกคนย่อมเกิดความรู้สึกเมื่อดมกลิ่นน้ำหอม แน่นอนว่ากลิ่นนั้นย่อมส่งผลต่ออารมณ์และจิตใจเป็นอย่างมาก ทำให้หน่วยความจำกลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง ราวกับว่าจมูกคืออวัยวะที่ถูกสร้างมาจากความวุ่นวายให้มุนษย์ได้กลิ่นหลากหลายบนโลกแต่ในทางกลับกับจมูกก็มีความลึกซึ้งด้วยกลิ่นหอมอย่างน่าประหลาดใจ

หลายคนพยายามจะอธิบายความสัมพันธ์ระหว่างน้ำหอมและหน่วยความทรงจำ ผู้เชี่ยวชาญน้ำหอมได้ให้คำนิยามไว้ว่าในสมองส่วนลึกของคนเรามีจำนวนกลิ่นที่บันทึกไว้เป็นพันๆกลิ่นและมันจะเชื่่อมโยงระหว่างความทรงจำความรู้สึกอย่างไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้เมื่อคุณได้ดมกลิ่นน้ำหอมและตกอยู่ในสถานการณ์ ความคิดถึง หรือเหตุการณ์ที่ต้องห่างไกล เป็นต้น

ในความเป็นจริงแล้วทุกๆคนล้วนต้องการความงามในทัศนศิลป์และธรรมชาติเพื่อขัดเกลาจิตใจช่วยให้ตัวของเราดูดีขึ้น ซึ่งน้ำหอมก็ถือเป็นหนึ่งในความงามของธรรมชาติที่ผสานรวมกันอย่างลงตัวให้คุณดื่มด่ำไปกับความทรงจำอันหอมหวานพร้อมกับหลงใหลอยู่ในห้วงของจินตนาการอันนิรันดร์ โดยใช้จมูกเป็นสื่อกลางในการทำความเข้าใจกลิ่นซึ่งคุณจะต้องกลิ่นน้ำหอมทั้งทางจิตใจและทางด้านอารมณ์ของศิลปะไปพร้อมๆกัน

ความซับซ้อนของน้ำหอม

ในเรื่องของน้ำหอมนอกจากการเลือกกลิ่นน้ำหอมตามบุคลิกภาพแล้ว การเลือกน้ำหอมตามช่วงของวัยก็เป็นเรื่องสำคัญของนักปรุงน้ำหอมที่ไม่ได้มองข้ามไปแม้แต่น้อย

หากคุณลองสังเกตุดูน้ำหอมที่มีราคาไม่แพงนัก ซึ่งมักขายตามร้านสะดวกซื้อนั้นแนวโน้มของกลิ่นจะมีความหอมมากกว่าน้ำหอมที่ขึ้นห้าง นั่นก็เป็นเพราะว่าเป็นไปตามกลยุทธ์ของการตลาดเนื่องจากต้องการขายให้กับกลุ่มเปล่าหมายที่มีอายุน้อยหรือวัยรุ่น

กลิ่นน้ำหอมจึงค่อนข้างจะออกไปทางสดชื่น สดใส แต่นั่นก็จะทำให้กลิ่นจางไวเพราะน้ำหอมทีมีแค่ตัวโน๊ตเดียวเท่านั้น ส่วนน้ำหอมที่มีราคาแพงก็จะมีแนวโน้มเป็นกลิ่นซับซ้อนมากขึ้น

ซึ่งจะรวมเอาชั้นน้ำหอมหลายชั้นมาผสมกันและไต่ระดับความหอมขึ้นไป จึงทำให้น้ำหอมมีกลิ่นโน๊ตทั้ง 3 ตามช่วงเวลา ดังนั้นกลิ่นแรกที่คุณจะได้กลิ่นทันทีจะเป็นกลิ่นที่หอมที่สุด

จากนั้นตัวโน๊ตจะเริ่มเป็นและกลายเป็นกลิ่นที่แท้จริง นั่นจึงเป็นเหตุผลที่เมื่อคุณทดสอบคุณภาพของน้ำหอมคุณควรรอถึงสองสามชั่วโมงในการพิจารณากลิ่นน้ำหอม

เพราะตัวโน๊ตในแต่ละช่วงจะมีความแตกต่างถ้าจะเลือกกลิ่นเพราะการดมครั้งแรกแล้วหอมนั่นอาจจะเป็นข้อผิดพลาดที่ทำให้คุณมองหาน้ำหอมขวดใหม่ได้เร็วขึ้นก็เป็นได้

สุดท้ายแล้วการซื้อน้ำหอมที่มีราคาไม่แพงนักคุณจำเป็นต้องแน่ใจว่ากลิ่นที่เลือกเป็นกลิ่นที่เหมาะกับคุณ เนื่องจากไม่มีความซับซ้อนและกลิ่นจางไว คุณจึงต้องฉีดเน้นย้ำอย่างสม่ำเสมอเพื่อให้กลิ่นยังคงอยู่

ฉีดน้ำหอมอย่างไรให้ติดทน?

ถ้าคนไม่เคยสังเกตว่า มีด้วยหรอ วิธีฉีดน้ำหอมให้ติดทนนานกว่าปกติ เพราะปกติฉีดเสร็จ เราก็ไม่ค่อยมาสนใจหรอก ว่าเจ้าน้ำหอมเนี้ย มันจะหมดกลิ่นไปตอนไหน แค่รู้ว่าฉีดช่วงแรกๆ ก็หอมดี แต่พอช่วงเย็นๆ ก็ไม่ค่อยได้กลิ่นแล้ว

หลายคนฉีดน้ำหอมไปแล้วกลิ่นไม่ทน 3-4 ชั่วโมงกลิ่นก็จางหายไปอย่างรวดเร็ว เป็นคำถามคาใจหลายๆคน งั้นเอามาลองเปลี่ยนการฉีดๆลงเสื้อธรรมดาเป็นการฉีดน้ำหอมแบบมีทริค 5 วิธีกัน

1.หลังใบหูทั้งสองข้าง

เรียกว่าเป็นบริเวณยอดฮิตของสาวๆส่วนใหญ่ที่นิยมกันฉีด เพราะบริเวณนี้ติดทนนาน และเมื่อเวลาเดินผ่านคนอื่นจะได้กลิ่นของน้ำหอมจากบริเวณนี้อย่างชัดเจน.

2.ข้อพับแขน

เพราะว่าบริเวณนี้เป็นช่วงที่ต้องเคลื่อนไหวอยู่ตลอดเวลา ทุกๆที่สาวๆเคลื่อนไหว กลิ่นของน้ำหอมก็จะฟุ้งออกมาตามแรงเหวี่ยงของแขนที่ขยับ

3.เส้นผม

นำหวรมาฉีดน้ำหอมลงไป จากนั้นแปรงให้ทั่วศรีษะเพียงเท่านี้สะบัดกี่ครั้งก็จะได้กลิ่นของน้ำหอมทั้งวัน

4.ฉีดแล้วเดินผ่าน

วิธีนี้อาจจะทำให้สาวๆเปลืองน้ำหอมไปหน่อย แต่เป็นสิ่งที่จำเป็นเพราะสาวๆฉีดน้ำหอมแล้วเดินผ่านละอองเหล่านั้นจะทำให้ติดไปทั้งร่ายกาย จะดมตรงไหนก็หอมไปหมด

5.ทาโลชั่นก่อน

กาทาโลชั่นก่อนที่ฉีดน้ำหอมลงบนผิว เป็นวิธีการหนึ่งที่ทำให้น้ำหอมของผู้หญิง ติดทนานรู้แบบนี้แล้วอย่าลืมไปทำตามวิธีทั้ง 4 ข้อเพื่อให้น้ำหอมผิวให้นานทั้งวันนะคะ

ที่มา : https://www.ceresathailand.com/

Container Orchestration

ทั้ง Container และ OpenStack ต่างก็เป็นเทคโนโลยีสุดฮอตในระบบ Cloud แต่รู้หรือไม่ว่า Container Orchestration Tool ตัวไหนบ้างที่สามารถนำมาใช้งานร่วมกับ Open Source Cloud Platform อย่าง OpenStack ได้? มาหาคำตอบกันที่บทความนี้ได้เลย

องค์กรทั้งหลายมักใช้ Container Orchestration Tool (หรือบางครั้งก็เรียกว่า Container Orchestration Engine) ในการ Deploy, Scale, และ เชื่อมต่อส่วนประกอบต่างๆ ของ Container Technology เข้าด้วยกัน ซึ่ง Orchestration Tool นี้ช่วยให้องค์กรสามารถ Monitor พวก Container Instance เพื่อลดจำนวน Container ที่กระจายตัวอยู่ในระบบได้อีกด้วย

OpenStack Magnum Module ที่เป็นบริการ OpenStack API สำหรับ Container นั้นรองรับ 3 Container Orchestration Engine หลักๆ คือ Docker, Google Kubernetes, และ Apache Mesos

Docker เป็นหนึ่งใน Orchestration Engine ที่ได้รับความนิยมและเป็นที่รู้จักมากที่สุด Docker ทำให้ Developer สามารถ  Package และ Deploy ทั้ง Application ตลอดจนสิ่งที่ Application ต้องใช้ได้ภายในหนึ่ง Image ที่รันบนระบบของ Linux ทั้งนี้ Docker ก็มี Tool ของตัวเอง เช่น Docker Machine สำหรับสร้าง Docker Host, Docker Compose สำหรับรวบรวม Application ซับซ้อนทั้งหลายที่กระจายตัวอยู่, และ Docker Swarm สำหรับรองรับ Container Cluster ให้มีระบบ Computing ที่ยืดหยุ่นและ Scale การใช้งานได้

Google Kubernetes เป็น Container Orchestration Engine แบบ Open Source ที่รองรับการงานร่วมกับ Docker Container โดย Kubernetes นี้จะ Deploy และจัดการ Container อยู่ภายใน Compute Cluster ทั้งยังทำ Workload Balancing เพื่อคงไว้ซึ่งศักยภาพการทำงาน

Apache Mesos ก็เป็นอีกหนึ่ง Orchestration Engine แบบ Open Source ที่เน้นด้านความคงทนต่อความเสียหาย (Fault-Tolerant), Compute Cluster ขนาดใหญ่, และการรองรับ Node จำนวนนับหมื่นที่รัน Docker Container นอกจากนี้ Mesos ยังรองรับคอนเซ็ปต์ของ Jobs And Tasks รวมทั้งสภาพแวดล้อม Container ที่เปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดและมีความสามารถการ Scale สูง ซึ่งองค์กรมักจะใช้งาน Mesos กับ Job System อย่าง Marathon สำหรับรัน Jobs และ Tasks

ผู้ใช้งาน OpenStack สามารถเลือกใช้อย่างไหนก็ได้จาก 3 Orchestration Tool นี้ โดย Engine ที่เลือกใช้จะถูก Provision อัติโนมัติไปยัง Host System ที่มี Container Deploy อยู่ทันที

OpenStack Liberty

OpenStack Liberty เวอร์ชั่นปัจจุบัน เวอร์ชั่น 12 ของ Open Source Software เพื่อสร้าง Public, Private และ Hybrid Cloud ด้วยนวัตกรรมใหม่ และเพิ่มเติมการทำงานที่ครอบคลุมเทคโนโลยี Data Center ที่ทำให้ OpenStack กลายเป็น Integration Engine ยอดนิยมสำหรับผู้ให้บริการ Cloud และกลุ่มองค์กรที่กำลังใช้งาน Cloud อยู่ตอนนี้

 

จากการสนับสนุนของผู้พัฒนาอิสระกว่า 1,933 คน และจากอีก 164 องค์กรใหญ่ ทำให้ OpenStack Liberty มีระบบควบคุมการทำงานที่ละเอียดและเหนือชั้นยิ่งกว่าเดิม อีกทั้งเพิ่มประสิทธิภาพสำหรับการ Deployment ขนาดใหญ่ และมี Tools รองรับการจัดการ Container ใน Production Environment อีกด้วย

 

Feature ใหม่ของ Liberty

ระบบการจัดการประสิทธิภาพสูง

หลายคนต้องการให้มีระบบการตั้งค่าที่ดีขึ้น และระบบ Library ร่วม (Common library adoption) ตอนนี้ OpenStack 12 ถูกพัฒนาแล้ว นอกจากนี้ยังมีการเพิ่ม Role-Based Access Control (RBAC) เพื่อใช้งานร่วมกับ Heat orchestration และ Neutron networking รวมทั้งเปิดให้ปรับ Security Setting อย่างเต็มรูปแบบอีกด้วย

ระบบปรับแต่งเรียบง่าย

OpenStack ได้รับการตอบรับอย่างดี เป็นที่นิยมในการใช้ระบบสร้าง Cloud ทั้ง Public และ Private อย่างแพร่หลาย เหล่า User จึงการต้องการรองรับ Deployment ขนาดใหญ่ ซึ่งใน Liberty ได้มีการพัฒนาด้านประสิทธิภาพการแสดงผล และมีความเถียรมากขึ้น ติดตั้ง Application Nova Cells v2 ในตัว สามารถรองรับการ Deployment ขนาดใหญ่ และการ Deployment พร้อมกันในหลายพื้นที่ (Multi-location compute deployment) ยังเพิ่มศักยภาพการปรับแต่ง (Scalability) และการทำงานของ Horizon dashboard, Neutron networking, และ Cinder block storage

รองรับเทคโนโลยีใหม่ๆ

OpenStack เป็น Open Source Platform เดียวที่รองรับการจัดการ 3 เทคโนโลยีหลักๆ ของระบบ Cloud ทั้ง Virtual Machine, Container และ Bare Metal Instance ทั้งยังเป็นที่นิยมในการใช้งานร่วมกับระบบ NFV (network functions virtualization) ขององค์กร โดย OpenStack Liberty ได้เพิ่มศักยภาพการทำงานทั้งสองด้าน ด้วยฟีเจอร์ตัวใหม่ อย่าง Nova compute scheduler, QoS Framework และระบบ LBaaS (Load Balancing as a Service) ที่ดียิ่งกว่าเดิม

ระบบจัดการ Container ตัวใหม่

ในระหว่างการพัฒนา Liberty ระบบ Magnum Container ระบบจัดการ Container ตัวใหม่ที่รองรับการทำงานร่วมกับ Kubernetes, Mesos และ Docker Swarm ก็ได้เปิดตัวขึ้น และเมื่อนำ Magnum มาใช้ร่วมกับบริการที่มีอยู่เดิมของ OpenStack อย่าง Nova, Ironic, และ Neutron จะช่วยให้จัดการ Container ได้ง่ายกว่าเดิม นอกจากนี้ยังมีโปรเจกต์ Kuryr ซึ่งถูกวางแผนให้เข้ามาเสริมประสิทธิภาพ โดยทำงานกับส่วนของ Container networking อย่าง libnetwork ได้โดยตรง

Orchestration

Heat Orchestration ได้เพิ่มระบบจัดการทรัพยากรใหม่เข้าไปมากมาย รวมทั้งระบบอัตโนมัติ และการรองรับความสามารถใหม่ๆ ของ Liberty เพิ่มความสามารถการจัดการและการ Scale ซึ่งรวมด้านการเข้าถึง API เพื่อเช็คว่ามี Resource หรือ Action ไหนพร้อมใช้งานได้บ้าง โดยทั้งหมดนี้มาพร้อมกับ RBAC ติดตั้งในตัว

 

ฉีดน้ำหอมแบบมือโปร

คุณทราบหรือไม่ว่า? การฉีดน้ำหอมที่ถูกต้องจะต้องขึ้นอยู่กับสภาพแวดล้อมที่ฉีดและการแต่งตัวด้วย

หลายคนอาจจะมองว่าการฉีดน้ำหอมเป็นเรื่องง่าย แต่จริงๆ แล้วการใส่น้ำหอมที่ดีจะต้องอาศัยทักษะและความกลมกลืนของกลิ่น

กฎข้อแรก : อย่าพ่นน้ำหอมอย่างเดียว

การฉีดน้ำหอมบนข้อมือของคุณเล็กๆ น้อยๆ และกดเข้าด้วยกันก่อนที่จะแตะที่คอเป็นเรื่องที่ผิด ความร้อนของแรงเสียดสีที่เกิดจากการถูข้อมือจะทำให้ผิวผลิตเอนไซม์ธรรมชาติขึ้นมาซึ่งจะทำให้กลิ่นเปลี่ยนไป เพื่อรักษาความสมบูรณ์ของกลิ่นแล้วคุณควรจะขยี้ข้อมือให้เบาลงและปล่อยให้น้ำหอมจมอยู่ในผิวและไม่ต้องถูเลยดีกว่าเพื่อให้กลิ่นคงทน

กฎข้อสอง : สิ่งแวดล้อมคือกุญแจสำคัญ

เมื่อพูดถึงการจัดเก็บน้ำหอมก็เปรียบเสมือนน้ำหอมเป็นสิ่งมีชีวิต และสิ่งที่คุณควรรู้ไว้ก็คือ “น้ำหอมไม่ชอบความร้อน” เพราะจะทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงอุณหภูมิและเกิดปรฏิกิริยาทางเคมีที่ไม่คาดคิดภายในขวด ทำให้อายุของน้ำหอมหมดเร็วขึ้น

กฎข้อสาม : น้ำหอมที่ดีควรมีแพคเกจไม่ใหญ่มาก

น้ำหอมควรอยู่ในแพคเกจไม่ใหญ่มากจนเกินไปเพราะน้ำหอมมีอายุการใช้งานไม่นานนัก และหากขวดคุณมีขนาดใหญ่เมื่อนานเข้าใช้น้ำหอมเกินครึ่งขวดแล้วจะทำให้เกิดออกซิเจนในขวดได้ ซึ่งนั่นก็เป็นอีกหนึ่งสาเหตุที่ทำให้น้ำหอมมมีกลิ่นที่เปลี่ยนไป

กฎข้อสี่ : ควรบำรุงผิวก่อนใช้น้ำหอม

กฎสามัญทั่วไปน้ำหอมไม่สามารถคงทนได้นานในสภาพผิวที่แห้ง ผู้เชี่ยวชาญทางด้านน้ำหอมจึงแนะนำให้บำรุงด้วยโลชั่นหรือทาครีมให้ให้ความชุ่มชื้นเพื่อป้องกันการแทรกซึมของกลิ่น

 

เดทแรกใช้น้ำหอมกลิ่นไหน

การออกเดททุกคนต่างอยากจะทำให้คู่เดทของเราประทับใจไม่คุณจะเป็นผู้ชายหรือผู้หญิงก็ตาม คุณอาจจะคิดว่านี่เป็นเรื่องผิวเผิน แต่เราจะบอกว่าไม่เลยนี่ไม่ใช่เรื่องไกลตัวคุณ

การสร้างความประทับใจ การสร้างความจดจำ เป็นอีกหนึ่งคุณสมบัติพิเศษของเรื่องน้ำหอม น้ำหอมจะทำให้เกิดความประทับใจในตัวตนของคุณและเพิ่มความมั่นใจให้กับคุณในเดทแรก

1.กลิ่นน้ำหอมสะอาด

คุณควรจะฉีดน้ำหอมที่มีกลิ่นนุ่มนวลไม่ต้องมีพลังของกลิ่นมากนัก เซ็กซี่อย่างเป็นธรรมชาติและสะอาดไปพร้อมๆ กัน กลื่นน้ำหอมที่สะอาดและเฟรซจะทำให้คุณมีบุคลิกเป็นคนที่สะอาดชอบดูแลสุขอนามัย ส่วนคนที่เลือกฉีดน้ำหอมที่มีกลิ่นอ่อนๆ เพราะคุณยังไม่ทราบว่ากำลังเดทกับใครอยู่และเค้าอาจจะแพ้น้ำหอมก็ได้ ฉะนั้นฉีดแบบเบาๆ ไปก็เป็นตัวเลือกที่ดีไม่น้อย

2.วิธีการฉีดน้ำหอม

คุณจะต้องฉีดน้ำหอมที่ถูกวิธีเพื่อให้คู่เดทของคุณประทับใจ คุณสามารถมีกลิ่นที่หอมสะอาดได้โดยใช้น้ำหอมเพียงกลิ่นเดียว และจำไว้เสมอว่าเพื่อให้ได้กลิ่นที่อ่อนนุ่มและกลิ่นสะอาดคุณจะต้องไม่พรมน้ำหอมไปทั้งตัว แต่เลือกพ่นเพียงเล็กน้อยทำได้โดยการพ่นน้ำหอมที่อยู่ด้านหน้าและไม่ได้โดนร่างกายคุณโดยตรงจากนั้นให้คุณเดินผ่านละอองน้ำหอม สิ่งที่สำคัญที่สุดคือควรทำหลังจากอาบน้ำเพราะเป็นเวลาที่เหมาะสมสำหรับผิวแและรูขุมขนจะดูดกลิ่นของน้ำหอมได้ง่าย

3.ข้อผิดพลาดสำหรับการฉีดน้ำหอม

ข้อผิดพลาดมากมายเกี่ยวกับการใช้น้ำหอมกับร่างกายแต่สิ่งที่พบมากที่สุดคือการใช้น้ำหอมบนคอหรือบนเสื้อผ้า บางคนคิดว่าการใส่น้ำหอมลงบนคอจะทำให้กลิ่นน้ำหอมติดทนนานขึ้น อย่างไรก็ตามคุณควรคิดล่วงหน้าว่า บริเวณคอเป็นบริเวณที่น้ำหอมสามารถโดนแสงอาทิตย์และอากาศได้ และสองสิ่งนี้เป็นตัวแปรสำคัญที่ทำให้กลิ่นน้ำหอมจางไว

4.กลิ่นแรกแสนประทับใจ

ก่อนจะออกไปเดทคุณควรตรวจสอบอีกครั้งให้แน่ใจว่าทุกสิ่งทุกอย่างสมบูรณ์แบบโดยเฉพาะการเลือกกลิ่นน้ำหอม และทำตัวให้เป็นธะรมชาติเพื่อให้กลิ่นน้ำหอมส่งเสริมให้คุณดูสวยไปอีกในเดทแรก

Private Cloud แหล่งเก็บข้อมูลความปลอดภัยสูง ตอบโจทย์ทุกองค์กร

Private Cloud คือรูปแบบหนึ่ง ของ Cloud Computing ส่วนประกอบคือ Cloud Based Environment ที่แยกออกอย่างชัดเจน พร้อมกับมีการรักษาความปลอดภัยอย่างดีเยี่ยม ถือได้ว่าเหมาะกับองค์กรเป็นอย่างมาก ซึ่งผู้เข้าถึงได้จะต้องได้รับอนุญาติก่อนเท่านั้น

โดยทั่วไประบบ Private Cloud จะถูกจำแนกออกจาก Cloud รูปแบบอื่น จากการที่มีผู้เข้าถึงได้เพียงแค่องค์กรเดียวเท่านั้น เพื่อรักษาข้อมูลที่เป็นความลับของแต่ละองค์กร ซึ่งถือว่ามีความปลอดภัยที่สูงกว่าในระดับปกติ แตกต่างกับการบริการ Public Cloud ที่ให้ผู้ใช้งานหลายๆ คนเข้าถึงได้ นอกจากนั้น Private Cloud จะใช้วิธีดึงทรัพยากรจากแหล่งที่แยกออกมาต่างหาก โดยอาจติดตั้งอยู่ภายในหรือภายนอกก็ได้เช่นกัน

กล่าวคือระบบการรักษาความปลอดภัยที่มีมาตรฐานสูงในระดับนี้ ถือว่าเหมาะกับกลุ่มองค์กรที่มีการเก็บข้อมูลที่เป็นส่วนตัวไว้ค่อนข้างมาก และมีความละเอียดอ่อนค่อนข้างสูง เพื่อไม่ให้ถูกรุกล้ำทางข้อมูลได้โดยง่าย

ถ้าจะพูดถึงฟีเจอร์หรือประโยชน์ของ Private Cloud  ก็คงจะมีหลายอย่าง วันนี้เราจึงจะมาพูดถึงข้อหลักๆ ที่จะทำให้คุณไม่ควรพลาด Private Cloud ด้วยประการทั้งปวง

มีความปลอดภัยและความเป็นส่วนตัวสูง ด้วยเทคโนโลยีที่มีแหล่งทรัพยากรแยกออกมาต่างหาก ทั้งยังจำกัดสิทธิ์การเข้าถึงของผู้ใช้งาน และต้องเชื่อมต่อจากภายในระบบขององค์กรเท่านั้น ทำให้มีความปลอดภัยของข้อมูลที่ค่อนข้างสูง

ควบคุมได้มากขึ้น เนื่องจากบริการ Private Cloud สามารถเข้าถึงได้โดยองค์กรเพียงองค์กรเดียวเท่านั้น ทางองค์กรจึงสามารถจัดการจากภายในได้อย่างเต็มที่ เพื่อให้ได้การใช้งานที่เหมาะสมกับองค์กรมากที่สุด

ใช้ต้นทุนและพลังงานอย่างคุ้มค่า Private Cloud สามารถเพิ่มประสิทธิภาพในการจัดสรรทรัพยากรในองค์กรได้โดยตรง ถึงแม้ว่าจะประหยัดงบประมาณได้ไม่เท่า  Public Cloud แต่ Private Cloud ก็มีประสิทธิภาพมากกว่าระบบ LANs แบบเก่า เพราสามารถลดรายจ่ายส่วนที่ไม่ได้ใช้งาน และช่วยให้องค์กรสามารถลด Carbon ที่จะออกมาสู่ชั้นบรรยากาศได้อีกทางหนึ่งอีกด้วย

มีความน่าเชื่อถือสูง เพราะหากระบบเกิดความเสียหาย บริการ Private Cloud สามารถดึงทรัพยากรจาก Server ที่ไม่ได้รับความเสียหายมาใช้งานได้ นอกจากนั้น หาก Cloud ถูก Host จากผู้ให้บริการบุคคลที่สาม ก็สามารถมั่นใจได้ว่าจะได้รับความปลอดภัยแน่นอน

ระบบ Cloud Bursting ผู้ให้บริการ Private Cloud บางรายจะมีบริการ Cloud Bursting เสริมเข้ามา เผื่อกรณีที่มี Traffic สูงขึ้นมากะทันหัน ซึ่งบริการนี้ทำให้ผู้ใช้สามารถย้ายฟังก์ชันที่ไม่ได้เป็นความลับ หรือข้อมูลสำคัญอะไรไปยัง Public Cloud ชั่วคราวได้ เพื่อเพิ่มพื้นที่ให้กับข้อมูลสำคัญ โดย Private Cloud สามารถทำงานร่วมกับ Public Cloud เพื่อสร้าง Hybrid Cloud ขึ้นมา เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานได้อย่างสูงสุด

Private Cloud ถือว่าเป็นบริการที่มีประโยชน์กับองค์กรทั้งขนาดเล็ก และขนาดใหญ่ ด้วยเหตุที่มีทั้งความเป็นส่วนตัว และมีความปลอดภัยสูง ถือว่าเป็นเทคโนโลยีหนึ่งที่ควรมีไว้ในองค์กรเป็นอย่างมาก

 

Mirantis OpenStack ร่วมกับ Apcera สร้างความปลอดภัยให้ Open Source

ในปัจจุบัน Open Source ได้กลายเป็น Software ตัวเลือกแรกที่หลายองค์กรนำไปใช้ในการปฏิบัติการทางคอมพิวเตอร์ เพราะช่วยทำให้ธุรกิจมีความคล่องตัวสูงขึ้นจากการตอบโจทย์ด้าน IT ได้อย่างรวดเร็ว และยังมีค่าใช้จ่ายที่คุ้มค่ามากกว่า Commercial Software แต่ทั้งนี้ Open Source Solution ก็ถูกวิพากษ์วิจารณ์ในเรื่องความปลอดภัยที่ไม่เป็นไปตามข้อเสนอเชิงพาณิชย์ที่เป็นกรรมสิทธิ์

        ดังนั้นเพื่ออุดช่องว่างนี้ บริษัท Apcera ซึ่งเป็นหนึ่งในผู้สนับสนุน Open Source Solution จึงมุ่งหวังที่จะหาข้อแก้ไขด้วยการพัฒนาระบบคลาวด์ให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น จนในที่สุดในงาน OpenStack Summit 2015 ณ. เมือง Vancouver ประเทศแคนาดา บริษัท Apcera ได้ประกาศวางจำหน่าย Hybrid Cloud Operating System สำหรับผู้ใช้ Mirantis OpenStack อย่างเป็นทางการ

        โดย Hybrid Cloud Operating System คือ ระบบที่เกิดจากการร่วมมือระหว่าง Apcera กับ Mirantis ที่เป็นผู้เชี่ยวชาญด้าน Cloud OpenStack ผลิตโครงสร้างพื้นฐานแบบ Open Source ให้แก่องค์กรกว่า 200 แห่ง ซึ่งโดย Hybrid Cloud Operating System จะช่วยให้ผู้ใช้ OpenStack ไม่เพียงแต่สามารถเชื่อมต่อกับ Private Cloud ได้เท่านั้น แต่ยังสามารถเชื่อมต่อกับ Public Cloud อื่นๆ อาทิ Amazon Web Services (AWS), Google Compute Engine (GCE), VMware vSphere ได้อย่างปลอดภัยตามนโยบายชอง Apcera

        และข้อดีของระบบนี้นอกจากจะทำให้ผู้ใช้ควบคุมทรัพยากรทั้งได้ดีขึ้น มองเห็นการโต้ตอบของทรัพยากรได้ชัดเจนขึ้น และที่สำคัญคือมีความปลอดภัยในทุกสภาพแวดล้อม ไม่ว่าจะเชื่อต่อกับ Private Cloud หรือ Public Cloud

อ้างอิง : https://www.apcera.com/blog/bringing-security-open-source